2009/May/28

ก่อนอื่น ต้องขออภัยฮับ ที่หายไปเนิ่นนานมาก
...ช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะจริงๆ

งานปริญญาโทที่ข้าน้อยเพียรทำมาครึ่งปีโดนสั่งเปลี่ยนหัวข้อแหล่ะฮับ
เหมือนกลับมานับหนึ่งใหม่เลย

ร่างกายที่ฝืนมานาน
(หลายคนถาม ฝืนทำม้ายย?
ขอตอบว่า ข้าน้อยเกลียดแลบฮับ
แล้วเป็นคนแบบที่ยิ่งเกลียดยิ่งชน จะได้ผ่านปัญหาไปเร็วๆ)

...เพียงแต่ผลไม่สวยเท่าไหร่ รอบนี้ข้าน้อยชนแล้วพังเองฮับ...
สุขภาพที่เริ่มง่อนแง่นเมื่อสองเดือนก่อนตอนนี้ก็ถล่มทลายเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ไมเกรนกำเริบน่ะฮับผม

สองอาทิตย์นี้ข้าน้อยปวดศีรษะจนนับวันไปแลบได้
...ที่ว่ากันว่า พอจิตใจไม่เข้มแข็งร่างกายมันก็ทรุดโทรมน่าจะจริง...

ในที่สุด ตอนนี้เรื่องจบลงที่ข้าน้อยขอเนปลี่ยอาจารย์ที่ปรึกษาฮับ

และเรื่องกำลังจะเริ่มต่อไปว่า ข้าน้อยจะลาออกเลยแล้วยอมใช้ทุน พสวท ร่วมล้าน
หรือจะเปลี่ยนไปฮึดอีกครั้งกับอาจารย์ท่านใหม่ที่... อืมม ยังไงข้าน้อยก้เกลียดการทำแลบน่ะอับ ="=
หรือจะลาเรียนไปสักครึ่งปีดูอาการป่วย

การตัดสินใจจากนี้ไปคงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้ว
ยังไงหนทางยังมีข้าน้อยคงต้องดิ้นรนกันไป

นั่นคือข่าวที่อยากบอกฮับ
ช่วงนี้ข้าน้อยต้องพยายามทำตัวสบายๆให้มากที่สุด ป้องกันความเครียดกำเริบ
สมองข้าน้อยยิ่งน้อยๆอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมเก็บสะสมความเครียดอะไรไว้ขนาดนั้น อิอิ

วันนี้เองคุณแม่ของข้าน้อยแนะนำวีดีโอใน U-tube ตัวนึง
เก่าแล้วแหล่ะฮับ เพียงแต่ข้าน้อยไม่ได้ดูอะไรแบบนี้มานานกว่ามาก
พอมาดูก็เลยได้นั่งซาบซึ้งในหลายๆแง่มุม
...กลายเป็นของฝากที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังฮับ...

http://www.youtube.com/watch?v=SpMDoqQdZ50

...ด้วยความโง่คอมอย่างไร้ขีดจำกัด ข้าน้อยให้เป็นลิงค์ไว้ไปกดเล่นกันเองละกันฮับ
ถ้าจะด้วยความที่โชคช่วย พระเจ้าเห็นใจ หรือมีผีชี้แนะ จนมันขึ้นมาแสดงเป็นตัวเป็นตนได้ก็ดีไปฮับ
ในคลิปนี้ น่าจะเป็นรายการเชิญผู้ชมทางบ้านที่มีความสามารถจากทางบ้านมาแสดง
(คล้ายๆตีสิบบ้านเรารึเปล่านะ? อันนี้ไม่ทราบรายละเอียดได้ฮับ
มีผู้ร่วมเข้าแข่งขันท่านนึง ชื่อ Susan Boyle อายุอานามก็ 47 ขวบแล้ว
ถึงกับทำให้กรรมการและคนดูหลายคนแสดงสีหน้าไม่เชื่อมั่นกันเลยทีเดียว
เพียงแต่เพลงที่เธอขับร้อง ...ข้าน้อยอยากให้ทุกคนฟังจัง...

ในคลิปเอง เธอก็แสดงไปวันที่ 11 เมษา ปี 52 นี้ หรือราวๆหนึ่งเดือนที่แล้ว
มันอาจจะเก่าไปบ้าง มีคนนำมาลงไว้ก่อนแล้ว หรืออะไรก็ตาม
ข้าน้อยชิงขออภัยไว้ก่อนละกันนะฮับ ถ้ามันจะไปซ้ำกับใครๆที่เห็นเข้าแล้วเอามาลงบลอคไปแล้ว
พอดีว่าเดือนที่ผ่านๆมาก็ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนแถวนี้เหมือนกันฮับ ^^

เพลงที่เธอขับร้องนั้น ชื่อ "I dreamed a dream"ฮับ
ข้าน้อยก็ เอาเนื้อร้องมาแปะไว้ให้ แล้วแปลเองสดๆตามความสามารถเท่าที่มีละกันฮับ
...ขอให้สุขสันต์กับความหม่นหมอง และอิ่มเอมกับความเศร้าโศกฮับ...


"I dreamed a dream"
     ชั้นเพ้อเพียงภาพฝัน

I dreamed a dream in time gone by
     ชั้นเคยฝันใฝ่ในห้วงกาลก่อน

When hope was high and life worth living
     ในตอนที่หวังสูงส่งและชีวิตยังทรงคุณค่า

I dreamed that love would never die
     ชั้นเคยฝันว่ารักนั้นไร้วันมรณา

I dreamed that God would be forgiving
     ฝันว่าพระองค์จะทรงอภัยผองเรา

Then I was young and unafraid
     ชั้นนั้นยังเยาว์ขาดเขลาไม่หวาดกลัว

When dreams were made and used and wasted
     ฝันนั้นถูกสร้างเป็นร่างตัว แลถูกใช้อย่างไร้ค่า

There was no ransom to be paid
     ด้วยว่าไม่มีราคาอันใดให้ไถ่ถอน
    (ransom จริงๆแปลว่า ค่าไถ่ตัวประกันนะฮับ)

No song unsung, no wine untasted
     ไร้บทเพลงที่ไม่ถูกขับขาน ไร้ไวน์หวานที่ไม่ถูกชิมเชย

But the tigers come at night
     แต่แล้ว พยัคฆาได้ย่างก้าวมาในราตรีนั้น

With their voices soft as thunder
     กู่เสียงอ่อนเบาดั่งเสาอัสนีที่ฟันฟาด

As they tear you hopes apart
    ครานั้น พวกมันได้ฉีกทึ้งความหวังจนวิ่นขาด

As they turn your dream to shame
    ครานั้น พวกมันแปรฝันสู่ความขยาดน่าอับอาย

And still I dream he'll come to me
    กระนั้น ชั้นยังคงฝันเฝ้าว่าเขาจะมา

And we'll live our lives together
     เพื่อใช้วันเวลาแห่งชีวิตร่วมกัน

But there are dreams which cannot be
     แต่บางฝันก็เป็นเพียงภาพเพ้อไม่เจอะเจอความสัจ

And there are stroms we cannot weather
    เหมือนการโหมพัดแห่งวัตภัยที่ไม่อาจคาดรู้
    (เข้าใจว่าย่อจาก weather forecast - การพยากรณ์อากาศน่ะฮับ)

I had a dream my life would be
     ย้อนดูชีวันแห่งฝันภาพที่วาดไว้

So different from this hell I'm living
     ช่างต่างกับอเวจีที่ชั้นกำลังดำรงอยู่

So different now from what it seems
     ยามนี้แตกต่างนักจากสิ่งที่เคยเห็นเหมือนเป็นมา

Now life has killed the dream I dreamed....
    โอ้ ชีวิตข้าได้คร่าฝันของตัวชั้นเอง....


ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และขอบคุณทุกๆคอมเมนท์ฮับ

2009/Apr/19

แค่ก แค่ก แค่ก...
สงสัยข้าน้อยจะดองบลอคไว้นานเต็มแก่

กลับมาเยี่ยมเยียนทีนึงต้องฝ่ากองฝุ่นหนาเป็นนิ้วผสมๆกับกองเกลือที่ดีแต่เค็ม
เข้ามาอัพอะไรไว้หน่อย ให้คนอ่านเข้าใจกันว่า บลอคข้าน้อยยังไม่เน่านะฮับ

เกริ่นหัวมาแบบนี้แล้ว
ทำใจเถอะฮับ ข้าน้อยมาบ่นๆโอดครวญเพื่อ(หาข้ออ้าง)บอกทุกคนว่า
ทำไมข้าน้อยถึงได้หายตัวไปนานนักหนา ไปติดซอมบี้สาวที่ไหนรึป่าว?
ธีมที่ว่าจะปรับ ทำไมไม่ปรับซะที ทำสีไม้หล่นหายรึไงกัน?

เรื่องมีอยู่ว่า
ตอนนี้ข้าน้อยเรียนอยู่ป.โทแล้วล่ะฮับ
แถมเป็นคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมีอนินทรีย์อีกต่างหาก
(นั่นไงมีคนทำหน้ามึนๆ และบางคนก็ทำหน้ายี้)
งานมันเลยหนักกว่าที่ข้าน้อยคาดการณ์ไว้มากนักฮับ

นับตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว ข้าน้อยก็เริ่มต้นทำวิทยานิพนธ์ฮับ
เวลาทำงาน ประมาณ 8.00 - 21.00 ...เพิ่มลดได้ตามความเหมาะสม
สัปดาห์นึงเข้าห้องแลบ 7 วัน ...ฮับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก วันอาทิตย์ข้าน้อยก็ออกรอบเหมือนกัน

ทำเอาเดี๋ยวนี้ งงวัน งงเดือน กันเลยทีเดียว
ไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์ไว้เป็นตัวช่วยจำกันซะแล้ว

แล้วทำอะไรกันเยอะแยะปานนั้น?
...อธิบายไปก็เกรงว่าจะงงฮับ...
สรุปง่ายๆสั้นๆว่า ข้าน้อยสังเคราะห์สารเคมีนั่นแหล่ะฮับ
สังเคราะห์หนึ่งรอบ ใช้เวลาราวๆสองสัปดาห์
ถ้ารวมการตั้งค่าตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ก็จะต้องสังเคราะห์อย่างน้อยแปดรอบ
หรือนั่นก็คือ ถ้าไม่พลาดอะไรเลย ข้าน้อยก็ต้องใช้เวลาสี่เดือนเต็มฮับ

เอาเข้าจริงตอนนี้ยังได้ไม่กี่รอบเองฮับ มันต้องปรับนู่น แก้นี่ไปเรื่อย
เห็นวันรับปริญญาวิ่งหนีเข้าป่าดงดิบยังไงก็ไม่รู้สิฮับ พี่น้อง
ข้าน้อยอยากจบเร็วๆเหมือนกันนะฮับ
TT [] TT / กลับมาเต้อะ ปริญญาโทจ๋าาา

ปัญหาสุดคลาสสิค ที่ใครๆก็ต้องถามถึงแน่ๆว่า
แล้วช่วงสงกรานต์แดงเดือดนี่ ทำไมไม่มาอัพ

ต่อไปนี้...เป็นเหตุการณ์จำลองฮับ

--เหตุเกิด ณ วันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. 5x--

 เวลาประมาณ 10.00 ข้าน้อยกำลังเอาสารที่คนๆกวนๆค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เป็นเวลา 12 ชั่วโมง
มานั่งวัดค่านั่น ค่านี่ ก่อนถ่ายสารลงสู่ถ้วยสำหรับอบที่ชื่อว่า autoclave หรือ เราจะเรียกย่อๆว่า เคลฟ
รูปพรรณะของมันนั้น เป็นถ้วยโลหะทรงกระบอก มีอุปกรณ์นิรภัยล็อกนู่นล็อกนี่
สิริรวมแล้วหนักประมาณถ้วยละ 1.5++ กิโลกรัม ฮับ (ไม่เคยชั่งจริงจัง แต่คิดว่าน่าจะหนักกว่าสองโล)
นักกีฬาทีมชาติยกน้ำหนัก และผู้รักสุขภาพท่านใด ที่เบื่อกับการยกตุ้มน้ำหนัก
สามารถติดต่อขอลองนำเคลฟไปยกเล่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศได้นะฮับ

ข้าน้อยก็หิ้วเคลฟ 2 อัน เข้าเตาอบ กดปิ๊ง 135 องศาเซลเซียส
ก่อนจะต้องรออีก 24 ชั่วโมงเพื่อให้สารเกิดปฏิกิริยา
 
ระหว่างที่ข้าน้อยกำลังจะลอยชายกลับมานั่งหาข้อมูลนู่นๆนี่ๆต่อ
ก็มีการประกาศขึ้นมาซะก่อน

ตึ่ง ตึง ตึง ตึ๊ง....

"นิสิตผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ...
ในขณะนี้เรามีโปรโมชัน ซื้อซาละเปาแถมขนมจีบ เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว
เนื่องจากเหตุการณ์แดงเดือดเลือดพล่านปุดๆ บ้านเมืองไม่เสถียร
ขอให้ยุติการเรียนการสอน และให้นิสิตทุกคนกลับบ้านโดยเร็ว
อนึ่ง ในวันนี้ประตูของม.จะปิดตอน 18.00 น.
...นะจ้ะ"

ตึ้ง ตึ่ง ตึ่ง ตึง...

ข้าน้อยได้ยินประกาศดังนั้นก็ถึงกับตาโต
โอว... ข้าน้อยจะได้กลับบ้านพร้อมกับแสงอาทิตย์
แว่วเสียงประกอบ เพลง หนึ่งในไม่กี่วัน (ขับร้องโดย โบว์ สุนิตาวี่ ลีลาวดิสก้อย... ใครวะฮับ?)
เอ่อ ไม่สิ แล้วสารที่เพิ่งเอาเข้าตู้อบนั่นประไร
24 ชม.ให้หลังถ้าไม่เอามันออก สารก็จะเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่แบบเลี่ยงไม่ได้
ครั้นจะปล่อยไป ก็เสียดายเวลา เจ็ดแปดวัน กว่าที่จะได้สารไว้ใส่ตู้อบ

...สุดท้าย วันรุ่งขึ้นข้าน้อยก็ใส่หมวกทหารทาสีแดงพรางมา ม. เพื่อมาจัดการกับสารต่อ...
ตอนนั้นคิดอย่างเดียวฮับ
"อันตูข้า จะตายเสียก็ไม่เสียดาย ถือซะว่าเป็นเคราะห์เป็นกรรม
แต่จะให้สารน้อยๆถ้วยนี้ตาย ตูไม่ยอมเฟร้ยยเฮ้ยฮับ"
กระเสือกกระสนขึ้นตึกไป โดยที่พี่ยามก็มองหน้าแบบครึ่งๆสังเวชครึ่งๆรันทดใจ
เข้าใจว่า ถ้าอุปกรณ์อำนวย พี่ๆยามคงทำบุญกรวดน้ำให้ข้าน้อยซะตรงนั้นเลยทีเดียว

...แล้วเทศกาลสงกรานต์ล่ะ?...

...แน่นอนฮับ

...ทำแลบสิ
เอาเวลาไปเล่นน้ำได้ไง ไร้สาระว่ะฮับ กรอดๆๆๆ
(...กรอดๆ นี่เสียงกัดฟันฮับ
จริงๆแล้วอยากเล่นน้ำป๋อมแป๋มแทบขาดใจ กระซิกๆ
เอากาละมังมารองน้ำก๊อกในห้องแลบสาดตัวเองก็ได้ฟร้ะฮับ)

ล่าสุด เช้านี้เอง
อันนี้เหตุการณ์แสดงความแบ๊วโก๊ะแบบโง่ๆส่วนตัวของผู้เขียนบลอคเอง
เด็กๆที่อ่าน กรุณาให้ผู้ปกครองช่วยชี้แนะ และไม่ควรลอกเลียนแบบไปทำที่บ้านด้วยฮับ

ตามที่บอกไปว่า ข้าน้อยเอาเคลฟไปอบที่ 135 องศาฯ ตั้งวันเต็ม
พอตอนเอาออก เคลฟก็จะกลายเป็นก้อนหินเหล็กไฟ หนักด้วย ร้อนด้วย
ต้องหาถุงมือผ้ามาใส่สองสามชั้น ไว้กันความร้อน
ก่อนจะวิ่งร้อยเมตร เอาเคลฟไปใส่อ่างเพื่อผ่านน้ำก๊อกให้มันเย็น

ตอนน้ำสัมผัสเคลฟนะฮับ
ไอน้ำโขมงโฉงเฉง เสียงดังฟ่อๆฟู่ๆ ถูกหูคนโรคจิตดีนักฮับ

ด้วยความที่ข้าน้อยก็สังเกต เอ๊ะ ผิวอ่างที่เคลฟวางมันละลายนิหว่า
ด้วยความที่หวังดี เอ เดี๋ยวอ่างจะเสียเร็วนะเออฮับ
ด้วยความโก๊ะ งั้นเปิดน้ำให้ผ่านก่อนสิ ค่อยเอาเคลฟมาวาง อ่างจะได้ไม่เป็นไร
ด้วยความซวย ตอนเคลฟเลื่อนไปเจอน้ำ น้ำเดือดๆมันก็กระเด็นสิฮับ
นี่สินะ ...แค่ทำดี ก็ได้(โดน)ดีกันทันตาเลยฮับ

สัญชาตญาณตอนนั้นบอกว่า ร้อนมือโว้ยฮับ
ก็ชักมือออกจากที่เกิดเหตุทันใด น้ำก็ไม่ลวกต่อ
แต่พอดีถุงมือที่ใส่มันทำจากผ้า แล้วก็ดันโลภมากอีกแน่ะ
มันดูดเอาน้ำเดือดๆมาลวกมือต่ออีก 3 hit combo
...ถอดถุงมือทิ้งแทบไม่ทัน...

สุดท้าย ครึ่งเช้าเลยนิ้วชี้ นิ้วกลางของสองมือพอง ชา และแสบร้อน
กลับมาหน้าคอม เข้าแชทไปเล่าความโง่ส่วนบุคคลให้เพื่อนๆฟัง
ใครมาเห็นข้าน้อยตอนนั้นคงคิดว่า ไออันเดธตัวนี้มันดัดจริตจัด
ทำการจิ้มดีดความเร็วสูงด้วยนิ้วก้อย (นึกภาพเอาเองฮับ แต่มันฮาแบบอนาถๆ)
จนตอนบ่ายๆ ถึงได้เริ่มจะดีขึ้น

โก๊ะ แบ๊วอย่างโง่จริงๆฮับ = =

เฮ้อออ... เอวังกันดีกว่าฮับ
บ่นมายาวเกินแระ เดี๋ยวคนอ่านจะตาแฉะกันซะก่อน

ขอตัวข้าน้อยกลับไปนอนแช่ฟอร์มาลีน นอนพักในห้องเย็นสักตื่นสองตื่น
รวบรวมแรงไปเข้าแลบวันพรุ่งนี้ต่อแล้วละกันฮับผม

ไว้เจอกัน เมื่อพรหมลิขิตนำพาฮับผม
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับ

2009/Feb/08

สุนัขที่ล่ามไว้ในกรงโลหะอันแห้งแล้งให้หิวจนตาย
...กับ...
สุนัขที่ล่ามไว้หน้าจานอาหารอันโอชะให้หิวจนตาย

...แบบไหนจะทรมานกว่ากัน...

ในรั้วของกรงอันแข็งแรง
ไร้แล้วซึ่งอาหารจะเติมเต็มได้
มีเพียงซี่โลหะที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า
ราวกับประกาศให้ยอมจำนนต่อการไร้ซึ่งอิสรภาพ
หล่อหลอมใ้ห้สี่ขานั้นหาญกล้าทนทาน
เผชิญต่อความตายด้วยความแน่วแน่ คงทน
ไม่สั่นคลอนต่อความทรมานที่คืบคลานในท้องไส้
...จวบจนจบสิ้นลมหายใจ...

ต่อหน้าอาหารที่ปรารถนายิ่ง
ไม่อาจแตะต้องอาหารมาเติมเต็มได้
มีเพียงกลิ่นหอมหวลที่ม้วนตัวอยู่ตรงหน้า
ราวกับปลอบโยนจากความทุกข์ทนต่อการไร้ซึ่งอิสรภาพ
หล่อเลี้ยงให้สี่ขานั้นเิอิบอิ่มชื่นบาน
เผชิญต่อความตายด้วยความฝันอันเปี่ยมสุข
ยิ้มแย้มสดใสต่อความทรมานที่คืบคลานในท้องไส้
...จวบจนจบสิ้นลมหายใจ...

...ในตอนท้ายก็ตายไปทั้งสิ้น
แต่ความอดทนและความเปี่ยมหวังนั้นคงเหลือไว้ให้เราได้ย้อนยล

...ผู้คนเอ๋ย...
หากแม้เจ้าถูกผูกไว้ด้วยทุกข์ทนที่ไร้ทางออก
แลเมื่อเจ้าถูกผูกไว้หน้าทางออกที่ไม่อาจไปถึง

...เจ้ามีใจคำนึงเช่นไร...

----------------------------------------
----------------------------------------

ใจจริงอยากเปลี่ยนธีมก่อนค่อยอัพ...
แต่ ...ไม่ไหวฮับ T^T ไม่มีโอกาสได้จับสีไม้อีกนานโขแน่ๆ
เบื่อสัมผัสของเครื่องแก้วกับอุปกรณ์โลหะในห้องทดลองอยู่บ้าง
แต่ถ้าวางลงตอนนี้ งานคงไม่ก้าวหน้า
...ค่อยๆจัดการ ค่อยๆก้าวเดินไปละกัน...

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับ