2008/May/19

...ผมมาแจ้งข่าวครับ...
แทน DDP ที่ปกติแล้ว เขาจะมาเขียนเรื่องราวอะไรสักอย่างลงในบลอคแห่งนี้
...เพียงแต่ นับจากวันนี้ไป เขาคงไม่สามารถมาเขียนอะไรได้อีก

...คือ ผมจะพูดว่าไงดีล่ะ...




...DDP ตายแล้วครับ


...เขาฆ่าตัวตายครับ
ผมเห็นเขาเอาความเสียใจมากรีดข้อมือวันแล้ววันเล่า
ผมเห็นเขาเอาความรู้สึกผิดมาปาดคอครั้งแล้วครั้งเล่า
...เพียงแต่การกระทำเหล่านั้นก็ไม่ได้จบชีวิตของเขาลง
...ท้ายที่สุดแล้ว
เขาก็เอาความว่างเปล่ามาถักทอเป็นเชือกเส้นใหญ่
เขาแขวนตัวเองไว้บนขื่อที่มองไม่เห็น
...แล้วก็ตายไปในความมืดมิดครับ

...ผมหาตัวเขาไม่พบอีกเลย...

ถึงตอนนี้... ผมเลือกที่จะปล่อยที่แห่งนี้ไว้แบบนี้
อย่างหนึ่งก็เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้เขา...
และอีกอย่าง ผมเองก็ต้องรับผิดชอบภาระต่างๆที่ DDP ทิ้งเอาไว้ให้ผม
ทั้งร่างกาย ทั้งการมีชีวิต ทั้งหน้าที่การงาน
...และมันก็หนักหนาสำหรับผมมากเลยทีเดียว...


ดังนั้นแล้ว นอกเหนือจากที่ผมจะมาแจ้งข่าวการตายของ DDP
ผมก็คงต้องแจ้งข่าวการปิดบลอคแห่งนี้ด้วย
อ่า... ผมขอแสดงความเสียใจสำหรับผู้ที่ติดตามผลงานของเขามาโดยตลอดนะครับ
แล้วผมก็ขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงแทน DDP ด้วยเช่นกัน
...ผมคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะบอกพวกคุณครับ...
...ผมขอขอบคุณจริงๆ...

2008/May/08

ในกระแสแห่งผู้คนมากมายที่รายล้อม
ผองชนเหล่านั้นถูกย้อมด้วยอารมณ์อันหลากหลาย
...กลายเป็นงานศิลปะที่สวยงาม...


ยามที่ผู้คนมีความสุข
แลลืมความทุกข์ที่ยังคงติดค้างอยู่ในซอกใจ
พวกเขาเหล่านั้นคงเปล่งเสียงหัวเราะที่แสนสดใส
พวกเขาเหล่านั้นคงปลดปล่อยรอยยิ้มที่เปี่ยมสีสัน

ต่างกับชั้นผู้
ว่างเปล่า
ที่มีเพียงรอยยิ้มที่ไร้ความหมายหรือสีสันอันใด


ยามที่ผู้คนไร้ความสุข
แลความทุกข์ที่มีอยู่ก็เอ่อล้นท่วมทุกห้องใจ
พวกเขาเหล่านั้นคงหลั่งน้ำตาให้รินไหล
พวกเขาเหล่านั้นคงถอดถอนหายใจอย่างอ่อนล้า

ต่างกับชั้นผู้
ว่างเปล่า
ที่มีเพียงรอยยิ้มที่ไร้ความหมายหรือสีสันอันใด


ยามที่ผู้คนหิวโหยความฝัน
แลความจริงนั้นไม่อาจกั้นขวางเส้นทางที่เลือกไว้
พวกเขาเหล่านั้นคงดิ้นรนคว้าไขว่
พวกเขาเหล่านั้นคงพยายามจะก้าวไปเบื้องหน้า

ต่างกับชั้นผู้
ว่างเปล่า
ที่มีเพียงรอยยิ้มที่ไร้ความหมายหรือสีสันอันใด


ยามที่ผู้ึคนหลงลิืมความฝัน
แลความจริงก็ปิดกั้นเส้นทางจนมิอาจก้าวไป
พวกเขาเหล่านั้นคงกล้ำกลืนฝืนใจ
พวกเขาเหล่านั้นคงก้าวไปในหนทางที่ต่างจากเดิม

ต่างกับชั้นผู้
ว่างเปล่า
ที่มีเพียงรอยยิ้มที่ไร้ความหมายหรือสีสันอันใด


เพราะชั้นเป็นเพียงผู้ที่
ว่างเปล่าไม่มีอะไร...
จึงได้แต่ยิ้มอย่างไร้ความหมาย
จึงได้แต่ยิ้มอย่างไร้สีสัน
เพราะชั้นไม่รู้อีกแล้วว่าหากรอยยิ้มนี้เหือดแห้งไป
สิ่งใดกันที่จะหลงเหลืออยู่

...นอกเสียจากความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่เท่านั้น...

2008/Apr/11

-- สีแดง --

ปีศาจผู้มีร่างกายสีขาวออกเดินทาง
ร้องเล่นเต้นรำไปตามทางเดิน
ผู้คนมากมายที่พบพาน ต่างก็หัวเราะยินดีและไม่มีความกลัวในใจ
...แต่จะหาใครยอมเป็นเพื่อนกับปีศาจได้เล่า?...
มีเส้นขวางอันบางเบาขีดคั่นกั้นไว้...

ในโลกที่แสนกว้างใหญ่
ไม่ได้ต่างไปจากโลกปีศาจที่เป็นสีดำ
แม้จะมีสีสันอันแตกต่าง
แต่ระยะทางที่มองไม่เห็นก็ตีเส้นเอาไว้ไม่ให้่ล่วงล้ำกล้ำกราย
ปีศาจผู้กลวงเปล่าอยู่ในสีขาวที่ระบายไว้
จึงถอดถอนใจออกมาิอย่างเดียวดาย ท่ามกลางผู้คนที่ยังคงเต้นรำไปกับปีศาจ

"เธอเป็นอะไรไป?" ...เสียงของเด็กน้อยถามขึ้น...
ปีศาจหันไปหาต้นเสียง
และพบกับเด็กน้อยผู้มีร่างกายเป็นสีแดง...
"ไม่มีอะไรหรอก..." ปีศาจตอบพร้อมกับยิ้มแย้มเต้นรำเช่นที่ทำมา... "มาเต้นรำกับชั้นมั๊ย?"
เด็กน้อยเผยรอยยิ้มสีแดงสดใส "ได้สิ"

...ในพลันที่แขนขาเล็กๆสีแดงนั้นเคลื่อนไหว
ได้ทิ้งรอยทางอันสดใสไว้ในอากาศ
ปีศาจได้พบเห็นแสงสีที่ไม่เคยมีในสีขาว-ดำ
รายล้อมปรากฏขึ้นในตัวของเด็กน้อย
รอยยิ้มเกิดขึ้นพร้อมกับที่ขา้ก้าวไป...

"เธอแปลกดีนะ" เด็กน้อยพูดพร้อมกับเต้นรำ
ปีศาจตกใจและงุนงง "ทำไมล่ะ?"
"ก็เธอเต้นรำและแย้มยิ้มได้ทั้งที่เธอยังเศร้าใจ"
ปีศาจนิ่งงันไปเพราะคำถามของเด็กสีแดง
และก่อนที่ปีศาจจะตอบอะไร เด็กก็เอ่ยคำพูดต่อไป
"ถ้าเป็นชั้น ชั้นคงร้องไห้...
...ว่าแต่ เธอเศร้าเพราะอะไรล่ะ?"
"...เพราะชั้นไม่มีเพื่อน..." ปีศาจตอบ
"แม้่จะมีผู้คนรายล้อมกี่ร้อยพัน... แต่ไม่มีสักคนเลยที่จะเป็นเพื่อนของชั้น"
ปีศาจรำพึงรำพันไปเรื่อยๆ "...แล้วเธอจะมาเป็นเพื่อนชั้นได้รึเปล่า เด็กน้อย"
...เด็กน้อยทำเพียงเผยรอยยิ้มสีแดงสดใส...
"ไม่ได้หรอก" ...นั่นคือคำตอบ... "สีแดงของชั้นกับสีดำของเธอมันไม่เข้ากันน่ะ"
"งั้นรึ..." เพียงคำสั้นๆของปีศาจสีขาว มันมีความหมายมากมายเหลือเกิน

ในยามนั้น ปีศาจสัมผัสถึงความเย็นชืดบนใบหน้า
มันหลั่งน้ำตาออกมา
...น้ำตาที่เป็นสีดำ...
และสีดำนั้นก็เปื้อนใบหน้าที่ฉาบทาสีขาวไว้
ตัดผ่านลงไปเป็นรอยทาง

"...เด็กน้อย..." ปีศาจพูดเสียงสั่นเครือ
มันปิดหน้าตัวเองไว้... อับอายในรอยดำด่างบนสีขาว
"นับจากนี้ต่อไป ในตัวชั้นจะเป็นสีแดง"
...เด็กน้อยทำได้เพียงยิ้ม...
...ยิ้มออกมาเป็นสีแดง...
...ก่อนจะเดินจากไป...
...ไปสู่ท้องฟ้าที่เป็นสีแดง...
ทิ้งปีศาจให้ร้องไห้อยู่เบื้องหลัง...
ภายใต้แสงสีแดงที่ถักทอลงมาทับทาบ
เปลี่ยนผันร่างกายสีขาวให้เป็นสีแดงอย่างไร้ค่า
...ราวกับประชดประชัน...

...เสียงนกร้องในยามนี้ ช่างแหลมคมจนบาดลึกถึงหัวใจ...


-- สีแดงในสีดำ --


ปีศาจเดินทางกลับไปยังโลกที่มันคุ้นเคย แต่ไม่เคยจะคุ้นชิน...
ดินแดนที่ผู้คนต่างหวาดกลัวแม้ไม่เคยสัมผัส
...โลกแห่งปีศาจร้าย...

มันลบสีขาวอันไร้สาระออกไป
ทิ้งกายสีดำให้จมลงไปในความมืดมิดรอบข้าง
ทำตัวให้ชินกับความอ้างว้างเดียวดาย
จะเดินทางไปไกลเท่าไร...
จะสัมผัสในสีอะไร...
สุดท้ายแล้ว มีสิ่งใดที่แตกต่าง
ทุกสีก็มีความอ้างว้างอยู่ในตัว

ปีศาจสีดำได้กอบโกยเอาความมืดมิดที่มันหวาดกลัวเอาไว้
หล่อหลอมและรีดเหลาจนเข้ารูป
...โค้งคมเสียจนพร้อมจะสะท้อนแสงแปลบปลาบ...
...หากมีแม้แสงเพียงสักนิด...

...ทันทีที่ความมืดชำแรกผ่านเ้ข้าไปในสีดำ
สีแดงก็ไหลพุ่งออกมา...

ปีศาจนั่งมองสีแดงที่ไหลคลุกเคล้าปนกับสีดำ...
หลับตาลงอย่างเงียบงัน...

ภายใต้บรรยากาศขมุกขมัว
อากาศรอบตัวกลับหวานหอม...
ในความดำมืดนั้น
...สีแดงและสีดำคงได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน


...เสียดาย...

ปีศาจนั้นคงลิ้มรสไออากาศได้อีกไม่กี่อึดใจ
แต่ก็ยาวนานดั่งที่รอคอยมาทั้งชีวิต...