เงยหน้าไป...เห็นแสงที่ปลายขอบฟ้า...
ก้มหน้าลง...เห็นเงาที่บนขอบพื้น...
แสงเงาผู้อยู่เคียงข้าง เห็นหน้ากันทุกค่ำเช้า...
สม่ำเสมอแต่มิอาจพบเจอกันและกัน...
เมื่อเงาปรารถนาแสง เมื่อนั้นเงาก็ไม่อาจเป็นเงา...
เมื่อแสงปรารถนาเงา เมื่อนั้นเงาก็ไม่อาจอยู่ได้...
กลายเป็นเพียงแสงเงาที่ตัดกันด้วยความเศร้าที่เข้าใจ...
กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาบนแผ่นพื้นใต้ท้องฟ้า...
เงยหน้าไป...เห็นท้องฟ้าสาดแสงสีแดงสด...
ก้มหน้าลง...เห็นพื้นดินโอบเงาสีเทาหม่น...
ผืนดินผู้หนักแน่นแต่ไม่อาจสัมผัสถึงไออุ่นแห่งผืนนภา...
ท้องฟ้าผู้อบอุ่นแต่ไม่อาจสัมผัสถึงถึงความคงมั่นแห่งแผ่นพื้น...
อยู่เคียงคู่กันเรื่อยไป แต่ไม่อาจเข้าใกล้ได้ด้วยระยะทาง...
เมือดินปรารถนาฟ้า เมื่อนั้นดินคงไม่อาจยืนหยัดให้หนักแน่น...
เมื่อฟ้าปรารถนาดิน เมื่อนั้นฟ้าคงหมดสิ้นอิสรภาพ...
กลายเป็นเพียงดินฟ้าที่ไกลกันด้วยความเศร้าที่เข้าใจ...
กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาของคืนวัน...
เงยหน้า...ท้องฟ้าลาลับไปกับแสง
ก้มลง...พื้นดินก็ถูกเงาหลอมละลาย
เงาและพื้นจึงหลอมรวมเป็นหนึ่ง...
แบ่งปันความเหงาที่เย็นเยียบ...
ค่ำแล้วสินะ...
คืนนี้แม้ดวงจันทร์ก็หลับใหล...
ดวงดาราเรืองรองริบหรี่เต็มผ้าสีนิลที่คลี่ปิดฟ้า...
ฟังสิ... เสียงของเงากระซิบบอกความคิดถึง...
กลั่นผ่านไอน้ำจากผิวพื้นดินขึ้นไปสู่ดวงดารา...
แม้ไร้จันทราส่องแสงเป็นพยาน...
แต่ดวงดาวนับล้านคงรู้เห็นเป็นใจ...
หวังให้ความหนาวเหน็บจับใจกลายเป็นอบอุ่นสักที...
มีเพียงแผ่นพื้นเยียบเย็นเป็นน้ำแข็ง...
มีเพียงเงามืดที่เงียบเหงาเศร้าโศก...
ราตรีช่างยาวนาน...
ดวงดาราลาลับขอบฟ้าราตรี...
เก็บงำความลับที่เงาแอบบอกแสงสว่าง
น้ำค้างกลั่นจากสายลมสู่ยอดหญ้า...
เก็บงำความลับที่ผืนดินแอบบอกฟากฟ้า
แม้ไม่ถ่ายทอดออกจากปาก จากกาย...
แต่สะท้อนประกายอยู่ในตา อยู่ในใจ...
และคงรับรู้ได้ผ่านหัวใจที่เปิดกว้าง...
หวังว่าสัมผัสของเธอจะเป็นสัมผัสของชั้น
หวังเพียงให้สีดำสีขาวสอดประสาน...
เคียงคู่แต่ตรงข้ามกันเรื่อยไป...
ขอบฟ้าสีน้ำเงินลุกไหม้เป็นสีเหลืองทอง...
ความสดใสแห่งอรุณรุ่งแย้มบาน
ผลิดอกกลางทุ่งของดอกราตรี...
แสงและเงาจะกลับมาคู่กันอีกครั้ง...
ฟ้าและดินจะยังคงอยู่คู่กันเรื่อยไป...
แม้ห่างไกล ตรงข้าม แต่แนบสนิท เป็นหนึ่งเดียว...
รุ่งเช้าแล้วสินะ...