มองไปเบื้องหน้าที่ดูไกลลิบตา...
แต่จุดหมายเบื้องหน้ากลับปรากฏชัดเจน...
แม้มองเห็นแต่หุบเหว... กระนั้น สองขาก็ยังก้าวเดินไป...
เหตุเพราะดวงตายังเห็นดวงดาว...
แม้รู้ว่าอยู่บนฟ้าไม่อาจคว้าถึง...
แต่แค่มีดวงดาราในห้วงคำนึง... เท่านั้นก็คงพอ...
ยิ่งวิ่งหนี ก็ยิ่งเข้าหา...
ยิ่งเข้าใกล้ ก็ยิ่งไกลออกไปทุกที...
เดินตามทางที่ถูกกำหนดไว้แบบนี้ คงดีกว่ามากมาย...
ถึงแม้หนทางข้างหน้าคือความอ้างว้าง...
แต่บนหนทางรอบข้างยังมีดอกไม้...
แม้ว่าวันคืนทำให้เจ้าร่วงโรยไป...
กลิ่นหอมของเจ้าไซร้ จะไม่เคยจืดจางไปจากความทรงจำ...
เพราะหีบเพลงเก่าๆเล็กๆใบนี้ยังมีอดีต...
และสังคีตที่บรรเลงยังมีความหมาย...
แม้ในวันที่เราเดียวดาย...
เพลงเก่าๆคงทำให้เราคลายจากความเศร้าหมอง...
หากแต่ถ้าวันนี้ชั้นเลือกไม่เดินต่อไป...
แล้วเพลงบทไหนจะถูกสร้างขึ้นได้...
แม้ว่าบทเพลงอาจไร้ซึ่งจุดจบที่สวยงาม...
แต่เนื้อความภายในจะสุกใสสกาว...
เป็นดวงดาวที่สืบเล่าเรื่องราวต่อไปไม่รู้ลืม...
น้ำตามันหลั่งไหลริน...
แต่มันไร้สิ้นซึ่งความเย็นชา...
มันเป็นน้ำตาที่อบอุ่นด้วยห่วงหา...
และหวานหอมด้วยห่วงใย...
...น้ำตาที่ชั้นร้องไห้เพื่อเธอ...
โกรธมั๊ย ที่ชั้นไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทาง...
แม้รู้ว่าอนาคตไม่มีความหวัง...
แม้รู้ว่าจุดจบคงต้องอยู่ตามลำพัง...
แต่ ชั้น รัก เธอ ได้ยินมั๊ย?
รักอย่างมากมาย จนไม่รู้จะอธิบายเป็นบทความอย่างไร...
แม้ว่าจะร่ายอักษรมากมายเพียงไหน...
ก็ไม่อาจเทียบกับเสียงเบาๆที่เร่าร้องมาจากหัวใจนี้...
เงียบเชียบ แต่เปี่ยมด้วยความหมายอันทรงพลัง...
หากแต่คงวังเวงไร้สำเนียงเสียงคำตอบที่เฝ้ารอคอย...
...จวบจน ชั่วชีวิต...
----------------------------------------
เมื่อคืน คุยจบก็เขียนแบบที่เกือบจะเรียกว่าสด ใน 10 นาที แล้วเนตก็ตัดโดยที่ข้าน้อยยังไม่ได้แก้ไข หรือตรวจคำผิดใดๆ... ตอนนี้ก็เลยมาตัดแต่งนิดหน่อย แล้วก็เติมหมายเหตุหลังบลอคเข้ามาหน่อยนึงฮับ ...อ่านแล้วรู้สึกอายตัวเองจัง... ไม่ได้พูดอะไรตรงๆแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะฮับ...