2006/Oct/25

โครงกระดูกที่เปรอะเปื้อน นอนนิ่งอยู่ใต้แผ่นพื้น
อยู่ใต้ผืนดินที่หนักหนา ใต้ศิลาที่จารึกคำอาวรณ์แสนเศร้า
โลกใบนี้ดูเบาบางว่างเปล่า...
มีเพียงเรื่องราวไร้สาระที่ชวนลุ่มหลง...

แต่มันก็ฝังลึกลงเข้าสู่ภายใน แม้ว่าจะเหลือเพียงแต่ร่างโครงอันโสมม...

ความโง่งมนี้ไม่สิ้นหาย แม้ร่างกายจะดับสูญ
ความอาดูรที่งอกเงยไม่รู้หน่าย... เจ้าจะตายในวันไหน?
แม้วันนี้ ลมหายใจดับสิ้นไป... ใยความตายไม่ประหาร สักที...
ปล่อยให้มีชีวิตอยู่เช่นนี้... แบบที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ควรค่าแก่การธำรง...
ร่างนั้นคงเป็นเพียงซากเศษที่มีชีวิต...

ใบไม้ร่วงโรยปลิดปลิว... โบกพลิ้วไปตามทำนองของคืนวันที่ย่างก้าวไปสู่เบื้องหน้า

ความสิ้นหวังไร้กำลังวังชา... ยังคงนอนสงบอย่างร้อนรน... ใต้ก้นหลุมสีดำแห่งนั้น
ความสกปรกยังคงทับถมกัน...
พอกพูนเป็นตะกอนดินดำที่ปิดกั้นบดบังสายตา


เมล็ดพืชเอ๋ย เจ้ามาจากหนไหน...
เจ้าเติบใหญ่เหนือหลุมศพอันเน่าเหม็นนี้
เจ้ากลับเขียวขจี และมีดอกอันหอมหวาน
เจ้าหว่านชีวิตให้อสุภซาก จากเกสรอันสดชื่น
เจ้ามอบความรื่นรมย์ให้กับซากศพเบื้องใต้
เจ้าได้ทำให้ความหม่นหมอง กลับเรืองรองด้วยความหวัง
เจ้าได้มอบพลังให้แก่โครงกระดูกที่เปื้อนโคลนดิน
เจ้าได้กลืนกินความเศร้าโศกที่โบกทับร่างนั้นไว้

...แล้วใย... เจ้าจะกลัวที่รากเจ้าชอนไชไปในซากนี้เล่า?
เทียบกับความเจ็บปวดที่เจ้าช่วยบรรเทา...
มีหรือจะเทียบเท่าบาดแผลเล็กๆจากรากไม้...

ขอเพียง... เจ้าได้เบ่งบานแย้มกลีบสดใส
ไต่เต้าไล่ตามผีเสื้อที่เจ้าใฝ่ฝัน

ขอเพียง... คืนวันที่เจ้าชูช่อถักทอสีสัน
อวดประชันให้โลกนี้มีความหมายสักที...

...แล้วใย... เจ้าจึงกลัวที่ไม่อาจจะหันมองซากศพนี้เล่า?
เทียบกับความเจ็บปวดที่เจ้าช่วยเยียวยา...
มีหรือจะเทียบค่าที่เจ้าไม่เฝ้ามอง...

ขอเพียง... เจ้าเติบใหญ่กล้าแกร่ง
เข้มแข็งไขว่คว้าหาผีเสื้อที่เจ้าใฝ่ฝัน...

ขอเพียง... เจ้าชูกิ่งกล้าท้าแสงตะวัน
แค่นั้น... ศพนี้ก็สุขสันต์เกินพรรณนา...

----------------------------------------

เอาว่า ข้าน้อยให้จบแบบมีความสุขดีกว่าฮับ
เพียงแต่ตอนแรกที่แต่งไว้จริงๆ ยังเหลืออีกท่อนนึง แต่พออ่านกลับไปกลับมา... ความหมายมันไม่เข้ากันเท่าไหร่... แม้ว่าสุดท้ายของเรื่อง ก็จบแบบมีความสุขเหมือนกัน เพียงแต่เลื่อนลอยกว่าหน่อยฮับ...

อย่างไรก็ตาม... เดี๋ยวจะมีคนถามหาว่าท่อนที่เหลือเป็นอย่างไร... ข้าน้อยก็ลงไว้ด้วยละกันฮับ แต่ว่าแยกจากกันมาไว้ในหมายเหตุหลังบลอค เผื่อใครอ่านแล้วชอบทั้งสองท่อน ก็ต่อกันไปเลยเป็นตอนเดียว... แต่หากใครไม่ชอบท่อนหลัง... ก็เก็บท่อนแรกไว้อ่านให้เพลิดเพลินใจก็พอฮับ อิอิ ... ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเมนท์ละกันนะฮับผม

ท่อนหลังจะต่อจากท่อนแรกไปเลย ดังนี้ฮับ


เมล็ดพืชเอ๋ย เจ้ามาจากหนไหน...
เจ้าเติบใหญ่บนดินโสมมที่เพาะบ่มด้วยความเหงา...
เจ้าดื่มด่ำความเศร้าโศกภายในน้ำตา...
เจ้าจึงชูกิ่งก้านกล้าอันอุดมด้วยคมหนาม...
เจ้าจึงแตกยอดให้ดอกอันเปี่ยมล้นด้วยความเป็นพิษ...
เจ้าริษยาบุปผาอันบริสุทธิ์...
เจ้าประทุษร้ายต่อดอกไม้อันเลอค่า...
เจ้าปรารถนาเพียงการทำลายล้าง...

มือสองข้างนี้ต้องตราตรึง ดึงรั้งเจ้าไว้...
แม้เจ็บปวดในคมหนามที่บาดเกี่ยว
มือสองข้างนี้ต้องเหนี่ยวหน่วง ถ่วงถอยเจ้าไว้...
แม้ทรมานในพิษร้ายที่ร้อนแรง

ดอกไม้ผู้แฝงพิษเอ๋ย...
เจ้าผู้งอกเงยจากปฐวีสีหมองหม่น...
เจ้าผู้เลี้ยงตนจากน้ำตาซึ่งหารู้แห้ง...
เจ้าผู้มีหนามแข็งคม มีลมหายใจเป็นพิษ...
เจ้าผู้มีริษยา เจ้าผู้มีปรารถนาจะฆ่าเข่น...
เจ้าเป็นเช่นดอกเข็ม หรือเป็นเช่นมวลไม้...
หากได้ถอดถอนกระจายเจ้าไป... เจ้าจะแตกหน่อดั่งดอกเข็ม หรือสาปสูญดั่งไม้ทั้งมวล...

ดอกไม้แย้มสรวลด้วยเล่ห์กล ก่อนหลั่งนัยน์ชล วิสัชนา...
เพราะบุปผา หาใช่ดอกเข็มผู้เข้มคม แตกต่างด้วยความอ่อนโยนนุ่มละไม...
เพราะบุปผา หาใช่มวลไม้ผู้ดาษดื่น แตกต่างด้วยความพิเศษเป็นเอกลักษณ์...
แม้ถูกหักโค่นสังหาร... หรือแม้การเก็บถนอม...
ซากนี้ย่อมตายซ้ำด้วยคมหนามและความเป็นพิษแห่งเกสร...

หากแต่ดอกผลย่อมเติบโตแต่เหตุแห่งแขนงราก...
ครั้นเมื่อเติบโตจากดินอันชุ่มโชกด้วยความเหงา...
ครั้นเมื่อกล่อมเกลาด้วยน้ำตาอันโศกศัลย์...
หมู่หนามและพิษนั้นจึงเติบใหญ่ไพศาล...
จึงเป็นประจักษ์พยานผู้รู้เห็น
จึงเป็นหลักฐานผู้ยืนยัน

ครั้นเมื่อดินนั้นเปี่ยมล้นด้วยปรารถนาดี...
ครั้นเมื่อรดรากไม้ด้วยนทีจากดวงใจ...

เมื่อนั้น หนามและพิษจะไม่อาจเติบใหญ่...
เมื่อนั้น หนามและพิษย่อมสิ้นไร้พิษสง...
เมื่อนั้น จะคงเหลือแต่ดอกไม้หอมหวาน ร่วมยืนขับขานความหมายแห่งชีวิต...
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แปลกแฮะ น้องหนมปัง ทำไมอ่านแล้วรุ้สึกเหมือนคนปลงชีวิตเลยแฮะ (ถึงมันจะมีความหวังก็ตามที)

แล้ว เอ่อ.....น้องเป็นมะเร็งหรือเป่าเนี่ย ทะไมมองเห็นความตายซะตั้งแต่ยังเด็กนิ
ง่า.... ไม่ต้องมะเร็งก็ได้มั้งฮับ อวยพรกันซะซาบซึ้งน้ำตาไหลเชียวฮับ
#2  by  DDP At 2006-10-25 08:29, 
มาเยี่ยมงับผม
#3  by  หัวหอมน้อย~! At 2006-10-25 09:57, 
พึ่งเคยเข้ามา แต่งเองเลยเหรอเนี่ย เก่งจังค่ะ
#4  by  เฉาก๊วย At 2006-10-25 10:55, 
มาเยี่ยมยินดีที่ได้รู้จัก
#5  by  *~~นู๋ฝ้ายแสนซน~~* At 2006-10-25 11:14, 

แต่งเองเหรอคะ ?
ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่อ่านแล้วรู้สึก...ไงก็ไม่รู้อ่ะ
ชอบท่อนตอนจบอะ มันดูมีความสุขดี ฮ่ะฮ่ะ!

ตอนที่ 1 มาแล้วนะคะ
ช่วยไปติชมทีค่ะ ( ดูท่าจะช่วยได้มาก )
ขอบคุณค่ะ ( :

#6  by  ★ PAAN ☆ At 2006-10-25 14:21, 
ท่อนแรก
ความงดงามที่มีค่าที่สุด อาจเป็นเพียงปาฎิหาริย์ หรือไม่ก็ อาจบางที เป็นสิ่งที่สุดเอื้อม หากแต่เมื่อมันเป็นจริง นั่นแหล่ะคือ สิ่งที่มีค่าที่สุดเนอะๆ

-- ขนมปังไส้หวานครับ เดี๋ยวท่อนสองมาต่อตอนกลางคืนนะ เพราะตอนนี้กำลังมึนกับงานมหาศาลเลย
-- น่าสงสารน้องขนมปังใส้หวาน นะ ได้คำอวยพรดีๆจากเฟริสท์คุงด้วยงิ
#7  by  ผู้ชายสีเหลือง At 2006-10-25 16:43, 
-A-!ดีดีพีซัง!พรรณนาได้เพลิดเพลินอีกแล้วงิ ขอบใจสำหรับในmsnนะจ้ะ
#8  by  gimini At 2006-10-25 18:40, 
ท่อน2
จะว่าไป เราชอบท่อน2มากกว่าท่อนแรกอีกงับ นายขนมปังใส้หวานนนนนน
#9  by  ผู้ชายสีเหลือง At 2006-10-25 19:30, 
อ่านแล้วรู้สึกว่า

*เข้มแข็ง*

#10  by  R~Y~O At 2006-10-26 15:16, 
แวะมาขอบคุณ สำหรับคำแนะนำนะค่ะ
#11  by  manow^-^ At 2006-10-26 16:27, 
มีแต่คนใช้สำนวนแบบนี้กันง่ะ ทำไมเราใช้ไม่เป็นหว่า ที่จิงแว้วนะมาเปนคนเกลาให้เราดีกว่า...หมายถึงเกลาสำนวนน่ะ
#12  by  umeboshi (^x^) At 2006-10-26 18:42, 
สุดยอดมากเลยคับ แล้วจะมาติดตามเรื่อยๆนะคับ
แอดจ้า..อิอิ
#13  by  ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ 花 At 2006-10-26 22:06, 
เติบโตจากที่ขยะแขยง วันใดที่ได้ดี ก็ไม่ควรลืมจุดที่เรามา
บางทีเกิดจากที่ใดก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคนเช่นนั้นเสมอไป
...ยังมีกบฎได้นะครับ
#14  by  7 days ago At 2006-10-27 09:52, 
ผลัดกันเยี่ยมผลัดกันชม
มาดูแล้วเป็นอะไรที่เข้าท่ามักๆ..
เก่งจังอ่ะ..
#15  by  Ramin At 2006-11-01 23:40, 
สวยดีครับ อยากให้เอามาโชว์อีกชอบครับ
#16  by  อุ๊ดจัง (58.10.158.65) At 2006-11-07 19:55, 
พึ่งเข้ามาครั้งแรกฮะ...อยากจะบอกว่าพี่เก่งมากเลยฮะ
แต่ได้กินใจมากๆ บางบทถึงกับทำให้กระผมน้ำตาไหลเลยขอรับ....
ผมชักติดใจพี่ซะแล้วสิขอรับ^^
ขอเรียกว่าท่านพี่นะ ขอรับ แหะๆ
#17  by  kurei (58.8.169.168) At 2007-09-04 20:21, 

<< Home