อสูรร้ายแฝงกายอยู่ในเงาอันมืดมิด...
แต่ชะตาลิขิต ขีดนำให้หญิงงามเดินล้ำเข้ามาให้ความมืดนี้...
เป็นผู้ที่โน้มนำเอาแสงสว่างมาให้...
ฉายส่องขับไล่อนธการที่อยู่เหนือกาลเวลา...
จุดประกายปรายแสงแห่งทิวา มาสู่ราตรีที่แสนเยียบเย็น
เป็นเธอ... ผู้มั่นคงเสมอในการเป็นผู้ให้...
ไม่เคยเลย จะรังเกียจเดียดฉันท์ปีศาจร้าย...
มองผ่านภายนอกอันน่าชัง...
เงี่ยหูฟังความจริงซึ่งลึกลงไป...
มองเห็นซึ่งสีสันในใจ ว่าไม่ได้แปดเปื้อนด้วยสีดำ...
ได้ยินถ้อยคำสำเนียง ว่าไร้ซึ่งเสียงที่หลอกลวง...
...ปลดปล่อยบ่วงที่ผูกพ่วงอสุราให้ออกมาสู่แสงสว่าง...
"โอ้ อนงค์นาง ผู้มีใจอันใสเย็น...
ผู้เป็นดั่งธาราที่พึ่งพาของผองประชา
ผู้เป็นดั่งมาลาที่หอมหวลชวนปรารถนา
ตัวข้าฯขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง...
เจ้า ผู้สำคัญยิ่ง ของตัวข้าฯ...
หากแต่ อย่าเสียเวลาโดยเปลืองเปล่ากับเรื่องราวที่เปลี่ยนแปรมิได้...
ในเมื่อกลีบดอกไม้ หล่นร่วงโรยรา...
...เกินกว่าเวลาจะเดินย้อนกลับตัวไปเสียแล้ว...
แม้เธอจะแน่วแน่คิดแก้ไข...
ความตั้งใจนั้นก็ไม่อาจสัมฤทธิ์ผลไปตามความประสงค์
...ขอจงฟังคำสุดท้าย ที่ปีศาจร้ายจะเอื้อนเอ่ย...
...ขออย่าให้ความคุ้นเคย ทำร้ายเราทั้งสอง
ครรลองที่เธอควรเลือกหาใช่ความเยือกเย็นในเงานี้
แต่สถานที่ซึ่งเธอควรคู่ อยู่ในอุทยานสวรรค์
ที่ซึ่งบุปผาพากันชูช่อสะพรั่ง...
ที่ซึ่งเหล่าผีเสื้อสังสรรค์สรวลเสไปในทะเลน้ำหวาน...
ที่ซึ่งหมู่นกขับขานเสียงดนตรีอันรื่นรมย์...
แม้ตัวข้าฯอาจต้องขมขื่นฝืนทุกข์ฝืนทน...
แต่ตัวข้าฯจะผ่านพ้นความเจ็บปวดนั้นได้...
ให้อสุรกายผู้ร้ายกาจ ได้บังอาจทำความดีสักครั้งครา...
จะมองเพียงเธอเดินไปข้างหน้า...
โดยมีตัวข้าฯ เฝ้าเกื้อกูลจากที่ห่างไกลภายในความมืดมิดอยู่นิตย์เนือง...
ให้เรื่องนี้มีบทอวสานเป็นการจากลา...
ให้ตัวข้าฯค่อยแบมือออกช้าๆ...
ให้น้ำตาไหลรินลงอีกครั้ง..."
----------------------------------------
----------------------------------------
ไม่ได้แต่งเรื่องยาวๆมาซะนานฮับผม
สงสัยข้าน้อยจะหนีไม่พ้นความโศกเศร้านะฮับ ... ช่างมันดีกว่า ความเศร้าก็ทำให้คนเรารื่นรมย์ได้ฮับ หึหึ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับผม
แต่ชะตาลิขิต ขีดนำให้หญิงงามเดินล้ำเข้ามาให้ความมืดนี้...
เป็นผู้ที่โน้มนำเอาแสงสว่างมาให้...
ฉายส่องขับไล่อนธการที่อยู่เหนือกาลเวลา...
จุดประกายปรายแสงแห่งทิวา มาสู่ราตรีที่แสนเยียบเย็น
เป็นเธอ... ผู้มั่นคงเสมอในการเป็นผู้ให้...
ไม่เคยเลย จะรังเกียจเดียดฉันท์ปีศาจร้าย...
มองผ่านภายนอกอันน่าชัง...
เงี่ยหูฟังความจริงซึ่งลึกลงไป...
มองเห็นซึ่งสีสันในใจ ว่าไม่ได้แปดเปื้อนด้วยสีดำ...
ได้ยินถ้อยคำสำเนียง ว่าไร้ซึ่งเสียงที่หลอกลวง...
...ปลดปล่อยบ่วงที่ผูกพ่วงอสุราให้ออกมาสู่แสงสว่าง...
"โอ้ อนงค์นาง ผู้มีใจอันใสเย็น...
ผู้เป็นดั่งธาราที่พึ่งพาของผองประชา
ผู้เป็นดั่งมาลาที่หอมหวลชวนปรารถนา
ตัวข้าฯขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง...
เจ้า ผู้สำคัญยิ่ง ของตัวข้าฯ...
หากแต่ อย่าเสียเวลาโดยเปลืองเปล่ากับเรื่องราวที่เปลี่ยนแปรมิได้...
ในเมื่อกลีบดอกไม้ หล่นร่วงโรยรา...
...เกินกว่าเวลาจะเดินย้อนกลับตัวไปเสียแล้ว...
แม้เธอจะแน่วแน่คิดแก้ไข...
ความตั้งใจนั้นก็ไม่อาจสัมฤทธิ์ผลไปตามความประสงค์
...ขอจงฟังคำสุดท้าย ที่ปีศาจร้ายจะเอื้อนเอ่ย...
...ขออย่าให้ความคุ้นเคย ทำร้ายเราทั้งสอง
ครรลองที่เธอควรเลือกหาใช่ความเยือกเย็นในเงานี้
แต่สถานที่ซึ่งเธอควรคู่ อยู่ในอุทยานสวรรค์
ที่ซึ่งบุปผาพากันชูช่อสะพรั่ง...
ที่ซึ่งเหล่าผีเสื้อสังสรรค์สรวลเสไปในทะเลน้ำหวาน...
ที่ซึ่งหมู่นกขับขานเสียงดนตรีอันรื่นรมย์...
แม้ตัวข้าฯอาจต้องขมขื่นฝืนทุกข์ฝืนทน...
แต่ตัวข้าฯจะผ่านพ้นความเจ็บปวดนั้นได้...
ให้อสุรกายผู้ร้ายกาจ ได้บังอาจทำความดีสักครั้งครา...
จะมองเพียงเธอเดินไปข้างหน้า...
โดยมีตัวข้าฯ เฝ้าเกื้อกูลจากที่ห่างไกลภายในความมืดมิดอยู่นิตย์เนือง...
ให้เรื่องนี้มีบทอวสานเป็นการจากลา...
ให้ตัวข้าฯค่อยแบมือออกช้าๆ...
ให้น้ำตาไหลรินลงอีกครั้ง..."
----------------------------------------
----------------------------------------
ไม่ได้แต่งเรื่องยาวๆมาซะนานฮับผม
สงสัยข้าน้อยจะหนีไม่พ้นความโศกเศร้านะฮับ ... ช่างมันดีกว่า ความเศร้าก็ทำให้คนเรารื่นรมย์ได้ฮับ หึหึ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับผม