...ท่ามกลางแมกเมืองที่รุ่งเรืองด้วยสีสัน
หมอกควันอันหม่นหมอง เข้ายึดครอง ครอบงำอย่างเงียบเชียบ
...แม้ระเบียบของโลกจะยังคงบรรเลงอยู่
และผู้คนที่นิ่งฟังก็ยังคงเคลื่อนคล้อย เริงรำระบำตาม
...มีเพียงข้าน้อยที่เกิดคำถาม และลืมจะก้าวไปตามเสียง...
...ที่ซึ่งเวลาไร้การเรียบเรียง เร็ว-ช้า คืน-วัน ไร้ความหมาย...
หมู่อาคารก็กลายเป็นสีขาวเทา...
และขี้เถ้าก็โปรยปรายปิดฟ้า...
...ปิดดวงตา ปิดดวงกมล...
เมื่อไร้ซึ่งสายฝนชะล้าง...
ถนนหนทาง ก็เลอะด้วยคราบคาของขี้เถ้า
ยังคงเฝ้าติดอยู่เช่นนั้น...
รวมตัวกันเป็นตะกอนที่หนักหนา...
และแม้ยามนี้ หากมีสายฝนจะกรุณา... ก็อาจสายเกินการณ์
ในเพลงขับขานไร้เสียง ที่เรียบเรียงโดยถ่านเถ้าที่เฝ้าฟุ้งฟ่องล่องลอย
ร่องรอยของเพลิงผลาญจึงครวญคราง กรีดร้องก้องไกล
ลึกลงไป ใต้ขี้เถ้า เปลวไฟแผดเผา ขึ้นลุกไหม้
...ส่งเสียงที่ไม่อาจได้ยิน...
แล้วเมืองทั้งสิ้น ก็ส่งกลิ่นสาปสาง ย้อมหนทางเป็นสีดำ
ล่วงล้ำ ลงล้ำลึก เปลี่ยนความรู้สึกเป็นเสียดสีจนแสบไส้
...ความร้อนแห่งไฟที่ไหม้โหม...
ก่อรูปโฉมแห่งหมู่อสูร...
กำเนิดขึ้นโดยอาดูร กลายเป็นผู้สาปสูญจิตวิญญาณ
คืบคลานไปด้วยความแค้นคลั่ง...
ประสงค์จะหลั่งโลหิตลงลบล้าง...
แต่ขี้เถ้าไม่รู้ลอกจาง แลเปลวไฟไม่รู้ดับมอด...
ตลอดวันคืน จึงฟื้นตื่นและล้มตาย
...ภายใต้เปลวไฟเผาผลาญและเถ้าถ่านกลบฝัง ...เป็นวังวนไม่จบสิ้น...
...แต่ไม่เคยชินชาสักที...
เมื่อฝูงชนที่รายล้อม ยังนอบน้อมไปตามเสียง...
สำเนียงที่แตกต่าง จึงถูกแยกห่างดั่งตัดขาดจากกัน...
แม้ประชันหน้า แต่ไกลเกินตาจะมองเห็น...
แม้ไม่เว้นระยะห่าง แต่ไร้หนทางจะเชิ่อมต่อได้...
...กลายเป็นช่องว่างที่ห่างเหินเกินจะกลบฝัง...
...ยังคงมีเพียงเพลิงไฟที่ลุกไหม้
...ยังคงมีเพียงเถ้าไคลที่ฟุ้งฟ่อง
...ยังคงล่องลอยอยู่เช่นนั้น วนซ้ำย้ำตอกตราบชั่วกาล...
----------------------------------------
----------------------------------------
ลำดับนี้ เป็นเสมือนคำเฉลย หรือรูปธรรมของลำดับที่ 48 --เมื่อไฟลุกไหม้ และเถ้าไคลฟุ้งฟ่อง--
ซึ่ง คงต้องท้าวความกลับไปนิดนึงก่อน ว่าทั้งสองลำดับนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Silent Hill (ไม่พูดเป็นชื่อไทยนะฮับ ^^ )
เพียงแต่ ลำดับที่แล้วเป็นนามธรรมกว่าเยอะ มีข้อมูลแค่พอเพียงต่อการรู้สึกเท่านั้น
มาถึง ลำดับนี้ ยังคงใช้คำคล้ายๆเดิม เติมความหมายของคำเข้าไปนิดหน่อย มีข้อมูลแค่พอเพียงต่อการตีความ ทำความเข้าใจฮับ
อ่าว แล้วถ้าอ่านไม่รู้เรื่องล่ะ ...อ่านเอาบรรยากาศและอรรถรสละกันฮับ อ่านไปนึกถึงหนังเรื่องที่ว่าเข้าไว้ (จะนึกถึงตัวเกมส์แทนก็ไ้ด้นะเออ) คงพอได้ขนลุกเล็กๆ ผสมกับได้สัมผัสความรู้สึกว่างๆโหวงๆแบบที่ในหนังมี ส่วนถ้าอยากรู้ว่าข้าน้อยแปลความหนังเรื่องนี้ยังไง... นอกรอบดีกว่าฮับ เดี๋ยวจะยิ่งยาวไปใหญ่
อ่านแล้วรู้สึกยังไง คิดเห็นยังไง ติชมได้เสมอนะฮับ
...ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับผม...
หมอกควันอันหม่นหมอง เข้ายึดครอง ครอบงำอย่างเงียบเชียบ
...แม้ระเบียบของโลกจะยังคงบรรเลงอยู่
และผู้คนที่นิ่งฟังก็ยังคงเคลื่อนคล้อย เริงรำระบำตาม
...มีเพียงข้าน้อยที่เกิดคำถาม และลืมจะก้าวไปตามเสียง...
...ที่ซึ่งเวลาไร้การเรียบเรียง เร็ว-ช้า คืน-วัน ไร้ความหมาย...
หมู่อาคารก็กลายเป็นสีขาวเทา...
และขี้เถ้าก็โปรยปรายปิดฟ้า...
...ปิดดวงตา ปิดดวงกมล...
เมื่อไร้ซึ่งสายฝนชะล้าง...
ถนนหนทาง ก็เลอะด้วยคราบคาของขี้เถ้า
ยังคงเฝ้าติดอยู่เช่นนั้น...
รวมตัวกันเป็นตะกอนที่หนักหนา...
และแม้ยามนี้ หากมีสายฝนจะกรุณา... ก็อาจสายเกินการณ์
ในเพลงขับขานไร้เสียง ที่เรียบเรียงโดยถ่านเถ้าที่เฝ้าฟุ้งฟ่องล่องลอย
ร่องรอยของเพลิงผลาญจึงครวญคราง กรีดร้องก้องไกล
ลึกลงไป ใต้ขี้เถ้า เปลวไฟแผดเผา ขึ้นลุกไหม้
...ส่งเสียงที่ไม่อาจได้ยิน...
แล้วเมืองทั้งสิ้น ก็ส่งกลิ่นสาปสาง ย้อมหนทางเป็นสีดำ
ล่วงล้ำ ลงล้ำลึก เปลี่ยนความรู้สึกเป็นเสียดสีจนแสบไส้
...ความร้อนแห่งไฟที่ไหม้โหม...
ก่อรูปโฉมแห่งหมู่อสูร...
กำเนิดขึ้นโดยอาดูร กลายเป็นผู้สาปสูญจิตวิญญาณ
คืบคลานไปด้วยความแค้นคลั่ง...
ประสงค์จะหลั่งโลหิตลงลบล้าง...
แต่ขี้เถ้าไม่รู้ลอกจาง แลเปลวไฟไม่รู้ดับมอด...
ตลอดวันคืน จึงฟื้นตื่นและล้มตาย
...ภายใต้เปลวไฟเผาผลาญและเถ้าถ่านกลบฝัง ...เป็นวังวนไม่จบสิ้น...
...แต่ไม่เคยชินชาสักที...
เมื่อฝูงชนที่รายล้อม ยังนอบน้อมไปตามเสียง...
สำเนียงที่แตกต่าง จึงถูกแยกห่างดั่งตัดขาดจากกัน...
แม้ประชันหน้า แต่ไกลเกินตาจะมองเห็น...
แม้ไม่เว้นระยะห่าง แต่ไร้หนทางจะเชิ่อมต่อได้...
...กลายเป็นช่องว่างที่ห่างเหินเกินจะกลบฝัง...
...ยังคงมีเพียงเพลิงไฟที่ลุกไหม้
...ยังคงมีเพียงเถ้าไคลที่ฟุ้งฟ่อง
...ยังคงล่องลอยอยู่เช่นนั้น วนซ้ำย้ำตอกตราบชั่วกาล...
----------------------------------------
----------------------------------------
ลำดับนี้ เป็นเสมือนคำเฉลย หรือรูปธรรมของลำดับที่ 48 --เมื่อไฟลุกไหม้ และเถ้าไคลฟุ้งฟ่อง--
ซึ่ง คงต้องท้าวความกลับไปนิดนึงก่อน ว่าทั้งสองลำดับนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Silent Hill (ไม่พูดเป็นชื่อไทยนะฮับ ^^ )
เพียงแต่ ลำดับที่แล้วเป็นนามธรรมกว่าเยอะ มีข้อมูลแค่พอเพียงต่อการรู้สึกเท่านั้น
มาถึง ลำดับนี้ ยังคงใช้คำคล้ายๆเดิม เติมความหมายของคำเข้าไปนิดหน่อย มีข้อมูลแค่พอเพียงต่อการตีความ ทำความเข้าใจฮับ
อ่าว แล้วถ้าอ่านไม่รู้เรื่องล่ะ ...อ่านเอาบรรยากาศและอรรถรสละกันฮับ อ่านไปนึกถึงหนังเรื่องที่ว่าเข้าไว้ (จะนึกถึงตัวเกมส์แทนก็ไ้ด้นะเออ) คงพอได้ขนลุกเล็กๆ ผสมกับได้สัมผัสความรู้สึกว่างๆโหวงๆแบบที่ในหนังมี ส่วนถ้าอยากรู้ว่าข้าน้อยแปลความหนังเรื่องนี้ยังไง... นอกรอบดีกว่าฮับ เดี๋ยวจะยิ่งยาวไปใหญ่
อ่านแล้วรู้สึกยังไง คิดเห็นยังไง ติชมได้เสมอนะฮับ
...ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับผม...