ชั้นวิ่งตามความฝัน
...วันแล้ววันเล่า
...ที่เฝ้าจะไขว่จะคว้า
...ค้นหาความฝันมาเทใส่ชีวิตให้เต็มตน

...จนวันหนึ่ง...
ที่ำความคำนึงของชั้นสั่นไหว
ในคราที่จิตใจเลื่อนลอย หาฝัน
ในเวลานั้น หัวใจชั้นก็หล่นหายไป...

ในยามที่ฟากฟ้าเปลี่ยนสีสัน...
...ชั้นมิได้ซาบซึ้งในสรรพเสียงแห่งแสงสี
ในเช้าที่หมู่นกบรรเลงดนตรี...
...ชั้นมิได้ยินดีในสุคนธาแห่งบทขับขาน
ในกาลที่ดอกไม้เผยบานมอบความหวานของเกสร...
...ชั้นมิได้โอนอ่อนไปกับมธุรสแห่งกรุ่นกลิ่น
ในคราที่ชั้นดื่มกินภักษาหาร...
...ชั้นมิได้สำราญใจไปกับรูปลักษณ์แห่งรสชาติ

...ดั่งกระดาษที่ไร้รูปวาดปาดเขียน...

เมื่อผ่านวงเวียนอันวกวน
ดั้นดนไปจนพบกับความฝัน
...แต่หาได้สำคัญไม่...
...เพราะชั้นไร้หัวใจจะยินดี...

ด้วยเหตุนี้ ชั้นจึงฝากความฝันไว้กับดวงดารา
แล้วออกค้นหาหัวใจที่หายไป

ออกเดินทางไกลย้อนกลับมาตามทางเส้นเก่า
เฝ้าค้นหาหัวใจที่ตกหล่นเมื่อวันวาน
...ควานหาไปตามแผ่นพื้น แต่หาได้พบไม่
...ควานหาไปตามยอดหญ้าและต้นไม้ แต่ก็มิอาจพบพาน
...ควานหาไปตามธารา แต่ไม่เคยจะเจอะเจอ
...ชั้นจึงหยุดพักนั่งเหม่อมองฟากฟ้า ...
และหยุดสายตาที่ดวงอาทิตย์

...ที่นั่นเอง... หัวใจชั้นติดอยู่ในแสงตะวัน
...มันกลายเป็นสีทองของรังสีแสง...
...และอุ่นด้วยความร้อนแรงของตะวัน

เมื่อชั้นนั้นหาหัวใจตัวเองพบ ชั้นก็ดึงเอามันมากอดไว้

สัมผัสอบอุ่นของหัวใจที่อาบแสงอาทิตย์
สัมผัสที่เติมเต็มจิตใจให้ซาบซึ้ง อย่างลุ่มลึก

ในห้วงแห่งความนึกคิด ในขณะนั้น
ความรู้สึกผสมกันอย่างสับสนอลหม่าน
ดั่งม่านของคลื่นน้ำที่ทะลักทลายเข้าหาฝั่ง
ดั่งหยาดฝนที่สาดซัดลงจากฟากฟ้าที่ครึ้มดำ
...หัวใจที่อยู่เพียงลำพังก็สะสมความรู้สึกไว้ รอวันปลดปล่อยอยู่เช่นนั้น...

ชั้นยิ้มทั้งน้ำตา...
หัวเราะร่าด้วยความเศร้าโศก...
ดื่มดำในคลื่นแห่งอารมณ์ที่ถมทับ...
สดับฟังเสียงเพลงที่ความรู้สึกร่วมกันบรรเลงออกมา...

และเมื่อชั้นกอบโกยหัวใจ วิ่งไปตามหาความฝัน อีกคำรบ...
แต่ก็มิอาจพบความฝันที่ฝากไว้กับดาวเดือน
...สาเหตุนั้นไม่ไกลเลย...
ดวงดารานั้นพร่าเลือนไปด้วยแสงทองของหัวใจ
ที่อาบไล้แสงตะวันอันสว่างไสว
จนขับไล่ราตรีอันเป็นที่พำนักแห่งหมู่ดารา

ชั้นก้มมองหัวใจ และเงยไปเพื่อมองความฝัน
ความจริงที่แตกต่างกัน กำลังฟาดฟันกันอย่างงันเงียบ ... หากแต่เจ็บปวดร้าวรานยิ่ง
...ชั้นทำได้เพียงนิ่งไป...

หยิบหัวใจสีทองส่องสว่างขึ้นมา
แล้วบีบจนแหลกเหลวคามือทั้งสอง

น้ำตาใสๆที่ไร้ความรู้สึกไหลนองลงมาอาบแก้ม
...หากแต่ขณะนี้ ชั้นก็มิรู้ความหมายของมันอีกต่อไป...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หัวใจและความฝัน
ถูกวางไว้ตรงกันข้ามกันเหมือนเส้นขนาน
ถ้าจะต้องเลือกเพียงอย่างหนึ่งคงยาก ถ้าจะวาง
ไว้อย่างนั้น
ต้องเปลี่ยนที่ฝัน หรือ เปลี่ยนที่ใจ ?

#1 By moodee on 2008-09-08 02:55

อ๊ะ แย่แล้ว wink
จะกดลิงค์จากคอมเมนท์ของคุณ Zieghart แต่เผลอโดน delete ไปซะอย่างนั้น

ขออภัยจริงๆฮับ
...ใครพอทราบวิธีกู้คืนบ้างมั๊ยฮับ...

#3 By DDP on 2008-09-08 21:59

............
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝันและทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

#4 By M (58.136.52.98) on 2008-09-08 22:32

...

#5 By PUMP201 on 2008-09-08 23:37

เสร้าจังค่ะ

#6 By blue day on 2008-09-09 09:59

งะ..นั้นสินะฮะ..อยากได้อะไรก็คงเลือกสักอย่าง
แต่เรย์อยากได้ทั้งสองอย่าง
แม้มันจะลำบากแต่ก็จะวิ่งตามหาให้ได้เลยฮะ
เพราะตอนนี้สิ่งที่เรย์อยากเป็นในอนาคตมันช่างยากดีแท้ขอรับ55+
แม้จะต้องเจ็บปวดล้มลุกหรือร้องไห้เป็นสายเลือดเรย์ก็จะทำให้ได้5+
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองนะครับ^^~
เรย์ขอเก็บไว้ยามเรย์ท้อจะเอามาอ่านนะฮะ^^~

#7 By Kurei on 2008-09-09 18:49

metaphor ที่สุดยอด symbolic ยอดเยี่ยม ขอคารวะ 1 จอกให้เอนทรี่นี้ครับ

อ่านแล้วรู้สึกโหวงๆในหัวใจ อือม์ เรื่องอื่นๆรู้สึกอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่พูดไม่ออกแฮะ sad smile

#8 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-09-12 10:57

ปลดปล่อย เปลื้องเวลา
ผ่านมา ทบทวนเรื่องราว
เศร้าสุข รับรู้ทุกครา
เรื่องราว ผ่านมา ผ่านไป

ปล่อยใจ ล่องลอยไกล
ฝันคว้าง ว่างเปล่าดาย
ใจหาย เรื่องราวหนหลัง
ชีวิตไม่ไร้พลัง หันหลัง ก้าวต่อไป

#9 By tiew@fine on 2008-09-13 18:03

ฉันรู้สึกคล้ายเดินดุ่มอยู่ในห้วงนิรันดร์แห่งวันสุริยคราส
วันที่แสงทองไม่อาจส่องสาดไสวสว่าง
และดาราก็ไม่พรายพร่างให้มองเห็น...

#10 By Seta Brahms on 2008-09-16 12:12