ในโลกนี้มีสีสันมากมาย
แต่ทั้งหมด ล้วนแต่ก่อเกิดมาจากสีเอกเพียงสามสี
...เราเรียกสีเหล่านั้นว่าแม่สี...
แม่สีนั้น ประกอบไปด้วยสามสีด้วยกัน คือ แดง เหลือง น้ำเงิน

(ไม่ใช่สีแดง เขียว น้ำเงินนะฮับ อันนั้นเป็นแม่สีของแสง)
สีแดงนั้นเป็นสีแห่งพละกำลังและความกล้าหาญ
เป็นสีที่แสดงถึงความร้อนและพลัง
เป็นสีแห่งเลือดและมรณสักขี

สีเหลืองนั้นเป็นสีแห่งปัญญาและความเชื่อ
เป็นสีที่แสดงถึงความสว่างไสวและวิทยาศาสตร์
เป็นสีแห่งศรัทธาและการโน้มนำ

สีน้ำเงินนั้นเป็นสีแห่งความร่มเย็นและลุ่มลึก
เป็นสีที่แสดงถึงความกว้างใหญ่ของฟากฟ้าและมหาสมุทร
เป็นสีแห่งความฉ่ำเย็นและความเป็นนิรันดร์

แม่สีทั้งสามเมื่อหล่อหลอมรวมกันก็สวยงามและสร้างลูกหลานออกมามากมาย

...แต่นิทานเรื่องนี้ไม่ได้เรียบราบเช่นนี้ไปจนถึงตอนจบ...

วันหนึ่ง มีผู้สงสัยว่า สีแดงกับสีเหลืองนั้น
ใครเป็นสีขาว-ดำ ยิ่งไปกว่ากัน
...เพียงคำถามเล็กๆนั้น...
สีเหลืองกับสีแดง ต่างก็ต้องการพิสูจน์ว่าตนนั้นเป็นสีขาวยิ่งกว่าอีกฝ่าย

สีแดงนั้นมีพลังอำนาจมาก
ก็ข่มเหงรังแกสีเหลืองด้วยกำลัง
ขู่เข็ญด้วยอำนาจ
ทำร้ายด้วยปืน
ฟาดฟันด้วยดาบ
โจมตีสีเหลืองให้ยอมพ่ายแพ้

สีเหลืองนั้นไม่มีอาวุธจะสู้
ก็สร้างรังสีแสงแห่งความเชื่อขึ้นมา
ประกาศด้วยความข้างเดียวที่สีเหลืองพึงมองสีแดง
รวบรวมเอาสีอื่นๆที่เห็นพ้องคล้อยตามมาเป็นกำลัง
ผู้ใดเห็นด้วยก็เยินยอ
ผู้ใดเห็นต่างก็ด่าทอ
ปิดตาด้วยแสงสว่างที่จ้าจัด
กร่อนทำลายสีแดงให้ยอมพ่ายแพ้

เมื่อแรกนั้น สีอื่นๆก็ยังไม่ค่อยสนใจ
หากแต่สีทั้งสองก็ก่อสงครามมิจบสิ้น
สีแดงได้ดึงเอาอาวุธอันร้ายกาจ
ออกมาทำร้ายสีเหลืองจนบาดเจ็บ
สีเหลืองได้อ้างเอาอำนาจของสีน้ำเงิน
ออกมาเพื่อเรียกเสียงข้างมากแห่งหมู่สี
สงครามแผ่ขยายไปกว้างไกลกว่าสีต่างๆจะอยู่นิ่งเฉย
...ต่างถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วยกันทั้งสิ้น...
...ต่างแค่ว่า จะอยู่กับฝั่งใด...
...ต่างแค่ว่า จะคิดเห็นเช่นไร...
...แต่ต่างก็อยู่ในร่างแหด้วยกันทั้งหมด

สรรพสิ่งอื่นๆ เมื่อมองเห็นสีทะเลาะกันเอง
บ้างก็หัวเราะเยาะ
บ้างก็ส่ายหน้า
บ้างก็รังเกียจเดียดฉันท์
แต่เหล่าสีที่ทะเลาะกันคงไม่ทราบ ไม่เห็น
ยังคงสาดโคลน ทำร้ายกันและกันต่อไป
เพียงเพื่อเอาชนะว่าใครกัน ที่เป็นสีขาว-ดำ มากกว่ากัน เพียงนั้น

โดยลืมไปแล้วว่า...
...ยิ่งสาดโคลนใส่กันเท่าไหร่
...คนสาดและคนถูกสาดต่างก็สกปรกด้วยกันทั้งสองฝ่าย
โดยลืมไปแล้วว่า...
...ไม่ว่าใครจะเป็นสีขาว-ดำไปกว่าใคร
...เราทั้งหลายต่างก็เป็นสี เหมือนกัน

ตอนจบของนิทานนี้จะเป็นเช่นไรไม่รู้
แต่ขอให้สันติพึงมีแด่สรรพสีทั้งหลายเทอญ

----------------------------------------
----------------------------------------

เรื่องนี้เป็นนิทานฮับ ...อีกนัยนึง
มันเป็นแค่เรื่องแต่งเท่านั้นแหล่ะ
ใครจะตีความว่าไง ข้าน้อยก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้
กรุณาอย่าอ้างว่าข้าน้อยเขียนไว้อย่างนั้นอย่างนี้
หมายความไว้ว่าอย่างนั้นอย่างนี้

เพราะเมื่อสายตาเรามองสีอื่นๆด้วยสายตาที่มีสี
สีนั้นย่อมผสมกันและบิดเบือนไปจากความจริง
จนกว่าเรานั้นจะมองด้วยสายตาที่ไร้สี
ความจริงจึงจะปรากฏ
...แต่จะมีใครบ้างนะ ที่มองโลกนี้ด้วยใจที่เปิดกว้าง
...และมองเห็นสีที่ประดับโลกนี้ไว้ ด้วยใจจริง

...จะชม จะด่า จะต่อว่า จะวิจารณ์กันอย่างไร เชิญฮับ ข้าน้อยเปิดกว้างกับทุกความคิดเห็น
เพราะ ข้าน้อยจะไม่ปิดกั้นอย่างสีเหลืองในเรื่อง
และ ข้าน้อยก็ไม่ท้าตีท้าต่อยอย่างสีแดงในเรื่อง
...ข้าน้อยคงเป็นแค่สีโคลนที่อยากอยู่อย่างสงบสุข...

อ่อ Tags ข้างล่างนี่ ข้าน้อยใส่ไปเล่นๆ โวยวายความในใจ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่อย่างใด
อย่าเหมามารวมกันแล้วอย่างนั้นอย่างนี้นะฮับ


ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับ

ปล. ไม่ว่าคุณจะตอบคอมเมนท์ว่าอะไร ข้าน้อยจะไม่ลบฮับ
ปล.2 หากเห็นว่าลำดับนี้ ถูกนำไปใช้โดยแอบอ้าง เพื่อความเสียหายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถแจ้งลบเอนทรีนี้ได้เลยฮับ
ปล.3 ใครเห็นว่าเนื้อความในเอนทรีนี้ ส่อไปในทางที่ไม่เหมาะสม กรุณาอย่าสร้างความเสียหายแก่ทางเว็บไซท์และ/หรือสร้างความหนักใจให้แก่เว็บมาสเตอร์ กรุณามาลงที่ข้าน้อยโดยตรงฮับ ข้าน้อยคิดเองคนเดียวและยินดีจะรับผิดชอบเองด้วย คนอื่นไม่เกี่ยวข้องฮับ
ปล.4 ข้าน้อยเครียดฮับ

Comment

Comment:

Tweet

เราน่ะ เป็น แสงสี สาดใส่กัน ก็ได้แสงขาววว
เข้าใจเอามาเปรียบเทียบนะคะ big smile
อยากเอาสีทั้งหมดมาผสมกันให้หมด 55

#3 By Bluemoon on 2008-10-10 00:04

ชอบ Tag "หัดฟังกันมากๆ" แฮะ

เอนทรี่นี้เราเห็นแต่สีขาวกับสีแดงนะ 555confused smile

หลายเหตุผลในเอนทรี่นี้ ตรงกับที่เราคิดอยู่หลายๆอย่างเลยล่ะ โดนๆๆ

ไม่ว่าจะสีไหน เราก็ยังเป็นสีเหมือนกัน Hot! Hot!

#2 By SkyKiD on 2008-10-08 22:43

เมื่อไหร่ที่สีทั้งหลายจะไหลมาผสมกัน Hot!