วันนี้ไปออกรอบและดูหนังมาฮับ
หลังหนังจบและข้าน้อยเดินย่ำต๊อกออกจากโรงหนัง

"ดีดีพีคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นไงบ้างหรอ?" พี่อ้อมถาม
"...อืม... ถ้าให้ข้าน้อยตอบ มันต้องยาวแน่เลย งั้นข้าน้อยรีวิวไว้ให้อ่านในบลอคดีกว่ามั๊ยฮับ?"
"โอเค ได้เลย"

ด้วยประการละฉะนี้ ข้าน้อยจึงมีงานเข้า
ได้กลับบ้านมานั่งทำเอนทรีรีวิวหนังกะเค้าบ้างฮับ

ใครๆที่ติดตามงานข้าน้อยมาอยู่บ้างก็อย่าได้ตกใจว่าวันนี้ดีดีพีโดนผีอะไรเข้าิสิงนะฮับ
ข้าน้อยจะแบ่งการรีวิวนี้เป็นสองช่วงนะฮับ
ช่วงแรก ข้าน้อยจะวิพากษ์เนื้อหนังโดยไม่ยุ่งกับเนื้อเรื่องใดๆ
ช่วงท้าย ข้าน้อยจะวิเคราะห์และใส่ความคิดเห็นในเนื้อหนังและสปอยเนื้อเรื่องเสียด้วยสิ
***ดังนั้น ใครที่กลัวเสียอรรถรสในการรับชม กรุณาอย่าอ่านช่วงที่สองนะฮับ***

---------------------------------------
---------------------------------------

Amusement - หรรษาสยอง

เรื่องย่อ : ทาบีธา ลูซี และ เชลบี้ สามสาวน้อยผู้เป็นดาวรุ่งในชั้นเรียน จนได้รับการประเมินว่าพวกเธอจะได้มีอนาคตอันสดใส ต่างจากเด็กชายร่วมชั้นอีกคน เขามีปัญหาทางจิตซึ่งสมควรต่อการบำบัดอย่างต่อเนื่อง เขามักจะพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้แก่เด็กสาว เสียดายที่มันไม่ประสบความสำเร็จมากนัก และเมื่อวันเวลาผ่านไปจนเด็กน้อยเติบใหญ่เป็นวัยรุ่น ชายหนุ่มก็กลับมาสร้างเสียงหัวเราะอีกครั้ง ...เพียงแต่... มันเป็นตลกที่ร้ายแรงเหลือเกิน...

ในฐานะที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังสยอง ข้าน้อยให้คะแนนความสยอง 10 คะแนนเต็มเลยฮับ

มันช่างหลอกหลอนได้อย่างปวดร้าวมากฮ้บ
นั่นคือสิ่งที่ข้าน้อยอยากจะบอกกล่าวไว้ก่อน
แทบจะแปะฉลากไว้หน้าโรงหนังในทันใดว่า ไม่เหมาะสำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ บุคคลผู้เป็นโรคหัวใจ(ปลาซิว)และ/หรือโรคปอด(แหก) ควรพึงระวังหนังเรื่องนี้ให้ดีฮับ
...กล่าวได้ว่า...
ข้าน้อยไม่ค่อยจะพบเจอหนังฝรั่งที่ตีหัวเข้าบ้านตรงๆแบบหนังเรื่องนี้
หยิบเอาความสยดสยองมาส่งแบบหมัดต่อหมัด
ฮุกไม่ยั้งจนหน้าหงาย (สารภาพฮับ ข้าน้อยนั่งขาสั่นระหว่างดู แต่คนข้างๆก็ถอนหายใจเฮือกๆไม่แพ้กัน)
จนก่อนจะจบแค่สองนาทีเท่านี้ ที่หนังยอมโยนผ้าเย็นมาให้แบบปลอบขวัญกำลังใจก่อนกลับบ้าน
"โอ๋ๆ อย่ากลัวเลยนะ เค้าให้ขนมแล้วนะ อย่าร้องไห้เลย" ...ประมาณนั้นเลยฮับ

หนังเรื่องนี้ ลื่นไหลและสวยพอตัวเลยล่ะฮับ

คนเขียนเรื่องท้าทายเพียงพอที่จะแยกตัวละครทั้งสามออกจากกัน
แยกเรื่องเล่าแสนสยองเป็นสามตอน สามเหตุการณ์
...และมันก็มีเพียงด้ายบางๆที่เชื่อมเรื่องราวเข้าไว้ด้วยกัน...
ด้วยสภาพการณ์ดังกล่าว ตัวหนังก็ยังออกมาได้ต่อเนื่อง
บีบคั้นและรีดเร้นจักระ อ่ะ...ผิดจุด ความน่ากลัวของตัวหนังออกมาได้อย่างมีสีสัน
และด้วยความไม่ต่อเนื่องของเรื่องราวนี้เอง
ทำให้หนังเกิดการบิดกลับ เนื้อเรื่องพลิกผันไปมาจนคาดเดาตอนจบไม่ได้
ที่คิดว่าจะใช่ ก็ไม่ใช่
และที่คิดว่าจะไม่ใช่ กลับเป็นไปได้
ผ่านการพับทบ วกวน บิดเบือน เนื้อเรื่องกลับไปกลับมา
...ข้าน้อยโดนหนังเรื่องนี้หักหลังความคาดคิดหลายหนเลยล่ะฮับ
สำหรับการดำเนินอารมณ์ของหนัง ข้าน้อยให้ 8.5 ฮับ
การดำเนินเนื้องเรื่อง ของหนัง ข้าน้อยให้ 9 ฮับ

แล้วไม่เอะใจหน่อยรึ?

สายสัมพันธ์อันบางเบาในหนังเรื่องนี้ไมไ่ด้นำพาเหตุผลเท่าไหร่ฮับ
ถ้านั่งดูอย่างใจเย็นเพียงพอ
ระหว่างดูๆไป เราอาจเกิดคำถามสะดุดใจขึ้นมาเป็นพักๆ
...เพียงแต่หนังเรื่องนี้ไม่เปิดโอกาสให้เราได้ถามฮับ...
ก้อนความคิดที่ขมวดไว้ ไม่ทันกลายรูปเป็นเครื่องหมายคำถาม
ก็โดนความระทึกขวัญตีเสียจนความคิดนั้นกระเจิงไปเสียก่อน
...เป็นความกล้าหาญของตัวหนังที่น่าชมเชยเลยล่ะฮับ...
...ด้วยความอ่อนบางห่างไกลความเป็นจริงของเนื้อเรื่อง
ทำให้ข้าน้อยให้ความมีเหตุผลในหนังเรื่องนี้แค่ 4 คะแนนฮับ

หนังเรื่องนี้ฝากความหลอนไว้หลังดูจบมั๊ย

...จัดว่าน้อยเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของอารมณ์หนังฮับ...
ไม่รู้ว่าตัวหนังจงใจแค่ไหน กับการปลอบขวัญครั้งสุดท้าย
...เพียงประโยคเรียบๆไม่กี่ประโยค...
มันตัดอารมณ์หนังมากๆฮับ
มากจนไม่เหลืออารมณ์ค้างของตัวหนังเอาไว้สักเท่าไหร่
(ลองคิดภาพว่า ดูหนังแอคชันเครียดๆเท่ๆ แล้วตอนจบดันขึ้นเพลงโดราเอมอน ...เกิดการหักดิบอารมณ์ขึ้นในบัดดลอย่างนั้นน่ะฮับ)

หลังจากหนังจบและปิดม่าน...
ข้าน้อยเดินออกจากโรงหนัง...
พร้อมกับรู้สึกขึ้นมาว่า ในสองสามวันจากนี้...

ข้าน้อยไม่อยากได้ยินเสียงหัวเราะฮับ... เสียดประสาทจริงๆ...

...ใครมาปล่อยมุกแป๊กๆขำไม่ออกนตอนนี้ล่ะก็ฮับ
ข้าน้อยจะโบ้หัวให้หงายหลังเลย คอบดู =*=

---------------------------------------
---------------------------------------

***เข้าช่วงที่สองแล้วนะฮับ หลังจากนี้อาจมีการสปอยเนื้อเรื่องเล็กน้อยจนถึงปานกลางกระจายเป็นหย่อมๆไปถ้วนทั่ว ดังนั้น ใครกลัวไปดูหนังแล้วไม่สนุก กรุณาเลื่อนเลยลงไปช่องคอมเมนท์เลยฮับ***

เรื่องเล่าของเชลบี้

ในถนนที่มืดมิดและอันตราย ภายในรถยนต์นั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัย และเป็นปราการชั้นเลิศ
น่าแปลก ที่คนเราชอบความหมิ่นเหม่ต่ออันตราย
การขับรถเร็ว... การขับรถในที่เปลี่ยว... การขับรถร่วมทางไปกับคนแปลกหน้า...
...เป็นไปได้ว่าการเสี่ยงตายคุ้มค่ากว่าการตายอยู่ภายใต้สิ่งที่น่าเบื่อ...
ร็อบ แฟนหนุ่มของเชลบี้จึงเลือกเสี่ยงตาย ที่"ไม่เป็นไรหรอก"
และเชลบี้ก็คาดคิดว่า "มันก็พอไหวล่ะน่า"
เรื่องบางเรื่อง อาจมีโอกาสเสี่ยงไม่ถึง 1%
...เพียงแต่เมื่อเกิดเรื่องอันร้ายแรงแล้ว ราคาของมันแพงถึงชีวิต...

...เป็นเรื่องสยองขวัญข้างทางที่เรียบง่ายและจริงจังจนน่าครั่นคร้ามฮับ...
ถือเป็นบทโหมโรงที่ดุดันของหนังเรื่องนี้ทีเดียว

เรื่องเล่าของทาบิธา

งานพี่เลี้ยงเด็กนั้นเป็นงานง่ายๆที่แสนจะปลอดภัย
...เด็กตัวน้อยๆ
...บ้านที่อบอุ่น
จะมีสิ่งใดกันที่เป็นอันตรายได้
...นอกเสียจากแขกที่ไม่ได้รับเชิญ...
เด็กน้อยที่ใสซื่อและน่ารักนั้น กลับทำให้เราหวาดระแวงได้ฮับ
ของเล่นสีสันสดใสในห้องนอน กลับทำให้เราครั่นคร้ามหวาดกลัว
จนท้ายที่สุด พื้นที่ที่น่าจะปลอดภัยก็กลายเป็นพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยอันตราย
...เชื่อเถอะฮับ... ร้อยทั้งร้อยของคนดู เดาออกแหล่ะว่าคนร้ายซ่อนตัวที่ไหน
เพียงแต่ ฆาตกรของเราช่างใจเย็นและอดทนรอได้อย่างไม่น่าเชื่อ
จนบางช่วงเวลา ข้าน้อยนึกกังขาถึงเด็กๆในบ้านด้วยซ้ำไป

สำหรับใครที่ติดตามหนังแนวฆาตกรโรคจิตมาอยู่เรื่อยๆ
...ตอนนี้ราบเรียบและจืดชืดยิ่งนักฮับ...

เรื่องเล่าของลิซา

เคยมั๊ยที่คุณไปเที่ยวกลางคืนแล้วก็พบหญิงสาวสุดเซ็กซี่จนเผลอเลยเถิดไปไกล
(กรณีของสาวๆก็กลับกันฮับ นึกถึงหนุ่มๆหล่อเฟี้ยวแทนละกัน)
การไปค้างกับสาว/หนุ่มทรงเสน่ห์นั้น คงเป็นวัฒนธรรมที่ปกติมากๆในตะวันตก
จนหลายครั้ง มันก็เป็นชนวนไปสู่เหตุสยองขวัญได้ฮับ
กรณีของตอนนี้ เพื่อนของลิซาฮับ ที่ติดตามหนุ่มต้อยๆกลับไปโรงแรมซอมซ่อที่เค้าเข้าพัก
...และก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย...
เดือดร้อนเพือนซี้อย่างลิซาทีไปตามจนถึงที่
...และไม่ได้กลับออกมาอีกเช่นกัน...

เนื้อเรื่องตอนนี้ชอบฉากโรงแรมเก่าๆหลอนๆอย่างยิ่งยวดฮับ
ยิ่งห้องที่"เตียงเต็มแล้ว"นั่นล่ะฮับ หลอนจับจิตจริงๆ
แอบยกย่องลิซาให้เป็นสาวที่ใจเย็นและกล้าหาญสุดๆ
หลายตอนคิดว่า ไปแ้จ้งตำรวจดิ แต่แม่คุณเล่นจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
แอบคิดเล็กๆว่า หรือเพราะเรื่องสีผิวหว่า?
เป็นไปได้มั๊ยว่ามันแฝงวัฒนธรรมการเหยียดสีเล็กๆว่า คนผิวสีคงไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ดีจากเจ้าหน้าที่รัฐ?
นอกจากนี้ เจ้าของโรงแรมแอบทำตัวน่าประทับใจฮับ
ผ้ากันเปื้อน ถุงมือ หน้ากาก... ปัจจัยความหลอนครบเชียว
เสียอย่างเดียว อาเฮียฝีเท้าไวเกินมนุษย์ไปหน่อยนะ
เดินออกหน้าโรงแรมไปแล้ว ดันไปโผล่ชั้นสองตัดหน้านางสาวลิซาซะอีกแหน่ะ
...พาลนึกถึงเรือง scream หรืออะไรเทือกๆนั้นที่คนร้ายมักสร้างอภินิหารได้ฮับ...

เมื่อเรืองราวหลอมรวมกัน

ทาบิธาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องเก่าๆ พร้อมกับพนักงาน FBI ...ทุกสิ่งดูน่าสงสัย
...แต่บรรยากาศหนักอึ้งรอบข้างก็กลบเกลื่อนห้องสอบสวนนั้นมิดชิด
ทาบิธายังคงอยู่ในสภาพช็อค...
ไม่แปลกที่มีการเชิญนักบำบัดทางจิตเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
เรื่องราวทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าเค้าและลงตัวในช่วงนี้เอง
...คนดูน่าจะคาดเดาเนื้อหานับจากนี้ต่อไปได้ไม่ยาก...
ความสยองขวัญของตัวหนังจึงเทไปที่ความแหวะและการหลบหนี
และดูเหมือนว่าความสยดสยองจะค่อยๆผ่อนลงไปเสียแล้ว

เชื่อมั๊ยฮับ ตอนก่อนๆหน้านี้ เลือดออกมาน้อยมากเมื่อเทียบกับหนังฆาตกรรมหลอกหลอน
แต่เมื่อเรื่องราวหลอมรวมกันแล้ว ฉากเลือดท่วมๆ แหวะๆกลับค่อยๆเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ
เป็นการปะทุความหลอนให้ถึงขีดสุด...
...หรือเพราะตัวหนังเริ่มหมดมุกแล้ว
...ก็ไม่อาจทราบได้ฮับ...
แต่ที่แน่ๆ หน้าคุณป้าจิตแพทย์น่ากลัวกว่าคนร้ายอีกอ้ะ!!!

คล้ายๆกับจะยั่วล้อให้ตัวหนังเข้ากับชื่อเรื่อง - ความหรรษา
จุดสูงสุดทางอารมณ์ของหนังเรื่องนี้สำหรับข้าน้อยแล้ว
เป็นฉากที่เกิดจากการหัวเราะของทาบิธาฮับ

"เมื่อพบแล้วว่าปมด้อยที่ต้องการสิ่งเติมเต็มนั้น คือเสียงหัวเราะ
การหรรษาไปกับตลกอันเลวร้ายจึงเป็นที่สุดของหนังเรื่องนี้ฮับ"

เพียงแต่หนังก็ไม่กล้าแหวกขนบจนหวือหวาเกินไปกว่านั้นอีก
ทั้งที่จริงแล้ว การหัวเราะ สามารถมอบความหมายได้หลากหลายกว่านั้นยิ่งนักฮับ

เื่มื่อเสียงหัวเราะสิ้นสุดลง

กำแพงที่ถูกปิดกั้นก็ได้พังทลายลง
เสียงหัวเราะนั้นสร้างมิตรภาพได้
...ไม่เว้นแม้แต่กับฆาตกรในท้องเรื่อง...
...ต้นเหตุนั้นเป็นเรื่องที่ชวนให้หัวเราะไม่ออกจริงๆ...
อย่างไรก็ตาม บทเฉลยนี้ก็หักล้างความน่ากลัวที่เราได้พบเจอในเรื่องเล่าทั้งสามก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น

ในตอนก่อนจบนั้น
ทาบิธากลับกล่าวลอยๆขึ้นมาว่า
"เป็นเพราะพวกเธอเห็นถึงความแปลกของเด็กชาย
(ซึงข้าน้อยจำชื่อไม่ได้ และลบเลือนชื่อของตัวละครนี้ไปโดยไม่ทำการกล่าวถึงอีกเลย
สร้างความแปลกแยก และการพยายามไม่ให้คนดูทำความเข้าใจกับความโรคจิตของตัวละครนี้เข้าไปอีก)
พวกเธอจึงแกล้งทำเหมือนว่าเค้าเป็นเพียงตัวตลกและลืมเลือนเรื่องราวนี้ไปเมื่อเธอเติบโต
หากแต่สำหรับเด็กชายแล้ว เค้าไม่เคยลืม"

จากคำพูดนี้ ข้าน้อยนึกถึงบทสนทนาจากการ์ตูนเรื่อง xxxHolic เล่ม 7 หน้า 29 ฮับ
"แม้ในสายตาฝ่ายหนึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่สำหรับอีกฝ่ายมันอาจเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง
และโดยมากฝ่ายถูกกระทำมักเดือดร้อนกว่าฝ่ายกระทำอยู่แล้ว"

...เป็นประโยคที่เปี่ยมสัจธรรมยิ่งนักฮับ...
เหมือนว่าผู้เขียนบทพยายามอ้างเหตุผลว่า
เป็นเพราะพวกเธอทำสิ่งเลวร้ายไว้ในวัยเด็ก ในยามนี้เธอจึงได้รับการตอบแทนที่สาสม
ประโยคนี้ได้กำหนดขอบเขตให้เห็นเลยว่าแท้จริงแล้ว นี่เป็นแค่การล้างแค้นเท่านั้น
คล้ายคลึงกับการเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะนั้นฮับ
มันบีบกรอบความโหดร้ายให้เหลือเหยื่อที่เหมาะสเท่านั้น นั่นคือสามสาวผู้โชคร้าย
...แล้วเรื่องเล่าทั้งสามก่อนหน้านี้เล่า?...
...ประโยคที่พยายามสร้างเหตุผลขึ้นมาจึงบางเบามาก
อีกทั้งยังทำลายอารมณ์และความตรึงตราของตัวหนังไปอย่างยิ่งยวดเลยล่ะฮับ

หากแต่ ถ้าทำการตัดประโยคสั้นๆนี้ทิ้งไป...
หนังเรื่องนี้จะทำการยัดเยียดคนดูด้วยความคิดฝ่ายเดียวอย่างแท้จริงฮับ
...จนหนังจบ... เราก็ไมไ่ด้รู้จักตัวละครผู้เป็นฆาตกรโรคจิตเลย
และทำให้ความรู้สึกของการดูหนังเป็นการโยนบาปให้กับตัวละคร
และโยนความผิดให้กับ"ความโรคจิต"ไปอย่างเต็มที่
ดังนั้น แม้ประโยคนี้จะขัดแย้งกับเนื้อเรื่องโดยรวมๆ
แต่มันเป็นสิทธิความเสมอภาคเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่ฆาตกรโรคจิตผู้นี้ได้รับ
...แม้ว่ามันจะเบาบางเสียจนเราเต็มใจปักป้ายความผิดให้กับชายหนุ่มไปเต็มประตู
...แม้ว่าเราจะสงสารหญิงสาวทั้งสามว่าโชคร้ายยิ่งนักอย่างหมดหัวใจ
เสียงเล็กๆที่ฆาตกรเรียกร้องถึงความถูกเอาเปรียบของตน
ซึ่งก็น่าจะหนักหนามากจนถึงขนาดว่าต้องมาตามล้างแค้นในอีกหลายปีให้หลัง
เสียงเล็กๆนั้นกลับดังออกมาในเวลาที่เราย้อมหัวใจตัวเองด้วยข้อมูลของอีกฝ่ายไปเต็มที่เสียแล้ว
...กลายเป็นเสียงที่ไม่อาจได้ยิน...

ประโยคสั้นๆในตอนจบนั้นจึงมีความหมายสำคัญยิ่งนัก
เพราะในขณะที่มันทำลายอารมณ์ของหนังไป
มันกลับสร้างปมในสภาพความเป็นจริงขึ้นมาอย่างมากมาย
(เช่น ชวนให้เราคิดถึงการกีดกันความแตกต่างในสังคม - กรณีนี้คือ โรคจิต หรือ จิตปกติ)
บางที ความปกติของสังคมที่เรายอมรับกันอยู่นั้น
อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าความโรคจิตของบุคคลนั้นๆเสียอีกฮับ

มาดัดแปรหนังกันดูมั๊ยฮับ
...ลองคิดดูเล่นๆสิฮับ

หากทาบีธาหัวเราะขึ้นมา โดยไม่ได้ให้ความหมายถึงการเสแสร้งเอาตัวรอด
แต่เป็นเพราะเธอถูกบีบคั้นสุดกู่จนสภาพจิตใจไม่อาจทนรับไหว
จนเธอกลายเป็นโรคจิตคนใหม่ที่ต้องการ"เหยื่อ"มาเติมเต็ม
...หนังเรื่องนี้คงพลิกระนาบเรื่องจนหวือหวาขึ้นอีกจมหูเลยล่ะฮับ...

น่าแปลกนะฮับ คนร้ายในแต่ละเรื่องเล่า แต่ละตอน
...หน้าตาหาความใกล้เคียงไม่ได้เลย...
แต่คำว่า "ตระกูลของเรามุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์เสียงหัวเราะอยู่แล้ว" - จากเรื่องเล่าของลิซา
มันชวนให้ข้าน้อยคาดคิดต่อไปว่า หากหนังเรื่องนี้ทำการโยงเรื่องใหม่
ให้มีหน่วยงานที่ช่วยสร้าง"เรื่องตลก"แบบร้ายๆและจิตๆอย่างที่เด็กชายต้องการ
มันจะเป็นการตอบคำถามนิดๆว่า ตัวละครบางตัวถูกทำร้ายตามแผนการรวบรวมเหยื่อมาสร้างความหรรษา
สมเหตุสมผลมากขึ้น(นิดนึง) กลมกล่อมกับธีมเรื่อง และทวีความหลอนขึ้นอีกเยอะ
...เพราะแม้ว่าฆาตกรคนนี้จะตายไป หน่วยงานสยองขวัญนี่ก็ยังทำงานกันต่อไปนะ...
(เป็นไปได้ว่าผู้กำกับกลัวหนังเรื่องนี้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนนักสืบ อะไรแบบนั้นฮับ เลยไม่กล้าทำบทแบบนี้)

---------------------------------------
---------------------------------------

โอ๊ะ รู้สึกตัวอีกที ข้าน้อยทำรีวิวมายาวเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเลยทีเดียว
สงสัยจะเพลินเกินไปจริงๆแฮะฮับ 555
ใครไปดูมาแล้ว และอยากคุยกันหลังไมค์เพิ่มเติมจากประเด็นที่ข้าน้อยขบคิดไว้ก็ยินดีนะฮับ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับ

Comment

Comment:

Tweet

ดูแล้ววว ชอบมากกก ชอบตอนที่ทาบิธาแกล้งทำเป็นหัวเราะหลอกตัวร้ายอ่ะ แบบถ้าเป็นเรากูขำไม่ออก 555

ตอนจบแอบสงสารตัวร้าย คือเรารู้สึกว่า ที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะครอบครัวมันมากกว่า ก็ลองดูเครื่องเสียงที่

สืบทอดมาจากตระกูล ก็บ่งบอกถึงความโรคจิตของตระกูลนี้ เเละอีกอย่างตัวร้าย มันเเค่อยากได้เสียงหัวเราะจากเพื่อนของมัน เเค่นั้น เเต่มันดันเป็นตลกร้าย ทำให้คน

อื่นขำไม่ออก คือลองคิดดูถ้าเป็นเพื่อนเราที่จิตปกติ แล้วมาทำอะไรให้เราขำ เพียงเพราะต้องการเสียงหัวเราะจากเรา แต่ตัวร้ายมันโดนสอนมาแบบนี้ มันเลยคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่คือ เรื่องตลก big smile

#4 By pimmy (110.168.171.211) on 2012-04-25 00:23

ในที่สุดก็มาอ่าน แหะๆ

หนังสนุกมากกกกก.. เดินออกจากโรง ไม่อยากได้ยินเสียงหัวเราะเลย

ว่าแต่จำเรื่องได้แม่นจัง big smile
พออ่านๆไป ผมกลับคิดเสียว่า เรื่องเล่าทั้งหมดเกิดขึ้นในเงื่อนไขของความสนุกครับ

และตัวหนังเองอาจพยายามอธิบาย ถึงความแท้จริงของความหรรษาก็ได้นะครับ

ไม่รู้ซิครับ ผมเองก็ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วก็ไม่คิดจะดูหนังแบบสยองขวัญด้วย เอาไว้วันหลังจะมาเสวนากันอีกนะครับ ถ้าได้ดูหนังเรื่องนั้นจริงๆsad smile

#2 By Crozzax on 2008-10-19 22:56

ส่วนที่สปอยล์ยาวมาก...sad smile

เราอ่านเฉพาะส่วนที่ยังไม่สปอยล์นะ ดูท่าเรื่องนี้จะน่ากลัวกว่าที่เราคิดไว้แฮะ....คงต้องหาจังหวะเหมาะๆ ตอนแผ่นออกแล้วค่อยดู

#1 By SkyKiD on 2008-10-19 02:14