ปมด้ายผูกขึ้น เป็นวง เป็นสาย ต่อเติมกันไปเป็นแผ่นผืน
เข็มสองเล่มหมุนวนเต้นรำกระหวัดด้ายขึ้นเป็นรูปร่าง
เข็มเล่มหนึ่งหยุดนิ่ง...
ปล่อยให้ด้ายผ่านพันประสานขึ้นเป็นผืนผ้าอย่างไร้ความรู้สึก
เข็มเล่มหนึ่งหมุนวนไม่รู้เหน็ดเหนื่อย...
ประสานด้ายให้พันผ่านพ้นขึ้นไปเป็นปมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
ใครจะรู้ ...ด้ายจะหมดลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันไม่รู้เหนื่อย
...หวังให้ก่อนถึงวันวันนั้น ผืนผ้าคงสมบูรณ์
ใครจะรู้ ...ด้ายจะขาดลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันให้แน่นหนา
...หวังให้ก่อนถึงวันวันนั้น ผืนผ้าคงแกร่งกล้า
ใครจะรู้ ...เข็มจะหักลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างจริงใจ
...เพราะด้ายนั้นคงเป็นผลงานไม่รู้ลืมเลือน
ใครจะรู้ ...เข็มจะห่างกันในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างผูกพัน
...เพราะด้ายนั้นคงดึงรั้งไว้ให้ไม่ห่างหาย
ใครจะรู้ ...ผืนผ้านี้จะมีเจ้าของในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างรอคอย
...หาใช่เหตุว่าหวังจะมีใครครอง... แต่เหตุเพราะหวังได้มอบความอบอุ่น...
ใครจะรู้ ...ผืนผ้านี้อาจจะไร้คนครองตราบนิรันดร์...
...เข็มสองเล่มยังคงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างยินดีปรีดา...
...หาใช่เหตุว่าจะไร้ใครครอง... แต่เหตุเพราะได้ถักทอประสานเส้นด้าย...
----------------------------------------
พึ่งอัพสเปซมาหมาดๆฮับ แล้วปรับแต่งไปๆมาๆจนรู้สึกว่าเข้าท่าเข้าทาง ก็เลยเอามาลงไว้ในบลอคแห่งนี้ด้วยโดยไม่ดัดแปลงเนื้อความเลย เช่นเดียวกันกับ ลำดับที่ 2 --เรื่องเล่ากลางป่า-- น่ะฮับ
ข้อแนะนำสำหรับการอ่าน... เผื่อว่ามีคนแวะเข้ามาแล้วก็งงๆว่าข้าน้อยกำลังละเมอพร่ำเพ้ออะไรอยู่
แนะนำฮับ ว่าอ่านร้อยแก้วพวกนี้ให้เพลินๆดีกว่าฮับ แต่ถ้าขยันอยากจะตีความก็ลองดูได้ฮับ ข้าน้อยแฝงความหมายเอาไว้ แต่ให้แปลความได้หลากหลายทางหน่อยน่ะฮับ หวังว่าจะได้อรรถรสและความรู้สึกดีๆหลังการอ่านกันไปนะฮับผม
สังเกตจากเนื้อความออกมะฮับ...ว่าช่วงนี้ข้าน้อยเริ่มหายเศร้าอย่างแปลกประหลาดฮับ... เลยอาจจะรู้สึกนะฮับว่าเนื้อความที่ซ่อนอยู่มันดูเบาๆลงไปไม่เหมือนอย่างตอนที่ผ่านๆมา...
คิดๆดูก็ลำบากใจเล็กๆอับ...
ทีตอนไม่อยากเศร้าก็เศร้ากันจริงๆ...
แต่พอมาตอนนี้อยากจะเศร้า เพราะกำลังพยายามระบายอารมณ์ลงไปในภาพวาดให้ได้ 13 ภาพ แต่พอระบายถึงภาพที่ 2 ดันหยุดเศร้าซะงั้นเลยฮับ บิวท์อารมณ์ยังไงก็ไม่ไหวฮับ ถึงขีดจำกัดแค่ภาพที่ 2 ไม่เพียงพอสำหรับการวาดภาพที่ 3 สักทีฮับ -*- หมดแรงบันดาลใจในการทำงานศิลป์ไปครึ่งๆกลางๆนี่ลำบากนะฮับ...
ถือโอกาสนี้ย้อนกลับมา"เปิดตัว" งานชุดต่อไปที่พยายามทำอยู่และไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่กันอีกครั้งนะอับ เชื่อว่าเพื่อนๆในบลอคนี้คงไม่ทราบกัน และเพื่อนๆที่ติดตามสเปซข้าน้อยมาก็คงลืมไปแล้ว(ลงไว้เมื่อ 18 กพ. 49 โน่นเลยฮับ) เพราะมันเกิดแรงบันดาลใจในช่วงที่เศร้าถึงขีดสุดน่ะฮับ ไปดูคำบรรยายงานชุดนี้กันเลยละกันนะฮับ
...และบัดนี้ คือคำขานที่ปีศาจบันดาลดล(Demonic Inspiration = ชื่อผลงานชุดนี้แหล่ะฮับ)...
...นี่คือจิตวิญญาณที่ภาพ 13 ภาพจะร้อยเรียงบอกเล่าเรื่องราว...
...เป็นผลงานที่วาดเขียนด้วยชีวิต ด้วยสีดำมืดอย่างไม่มีสิ่งใดจะเทียบเท่าเหมาะสมได้อีก...
...กล้ากลืนฝืนทน...
...เสแสร้างสดใส(Innocent Faking - ภาพลำดับที่ 1)ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ...
...แจกโปรยรอยยิ้ม อันเย็นชาดุจหน้ากาก และเปล่ากลวงไร้ความรู้สึกใดๆ...
...หัวเราะแฝงเสียงร้องไห้ ยิ้มแย้มแฝงเร้นน้ำตา...
...ซ่อนความหดหู่อันมืดมน(Gloomy Depressed - ภาพลำดับที่ 2)ไว้ภายใน...
...อย่า... อย่ามองเข้ามาในดวงตานี้...
...อย่ามองลอดหน้ากากเข้ามา...
...ข้างในนี้มีแต่ความมืดมิด ข้างในนี้มีแต่ความหม่นหมอง...
...ข้างในนี้มีแต่ความโศกเศร้า ข้างในมีแต่น้ำตาเฉียบเย็น(Cold Frost Tear - ภาพลำดับที่ 3)...
...ข้างในมีแต่ความหวาดหวั่นเป็นวังวน(Circle of Fear - ภาพลำดับที่ 4) ข้างในมีแต่ความหวาดกลัว...
...ข้างในมีแต่รอยบาดแผล ข้างในมีแต่ความเจ็บปวด...
...หนามเอย หมู่หนามที่งอกเงยจากหัวใจ...
...ขูดข่วนทำร้ายด้วยคมแห่งบาปอันหยาบคม(Thorn of Guilty - ภาพลำดับที่ 5)นั้น...
...ภายใต้วังวนสีดำที่ไร้ก้น...
...ภายใต้คณาดูร(Parade of Sorrow - ภาพลำดับที่ 6)ที่แห่แหนล้อมรอบ...
...เป็นทุรนิมิตมิสิ้นมิสุด(Endless Nightmare - ภาพลำดับที่ 7)อันแสนทรมาน...
...ปวดร้าว...
...ทรมาน...
...ใยพันธนาการสีดำเหล่านี้ ไม่อาจเลือนหาย...
...เมื่อไรเล่าจะเป็นอิสระจากตรวนตรึงซึ่งมืดบอด(Black Blind Binded Bond - ภาพลำดับที่ 8)นี้...
...ยิ่งเจ็บ ยิ่งปวดเพิ่มพ้นพูนทวี...
...ยิ่งร่ำร้อง ยิ่งขอความช่วยเหลือ...
...ยิ่งเฝ้าทำร้ายคนอื่นด้วยความหิวโหย...
...ความเกลียดชังแห่งอัตตา(Self Hatred - ภาพลำดับที่ 9)จึงงอกเงย...
...และตอกย้ำซ้ำเติมให้ยิ่งเจ็บ ยิ่งปวดทรมานไม่จบไม่สิ้น...
...คงเหลือแต่ความสิ้นหวังอันสมบูรณ์(Absolute Hopelessness - ภาพลำดับที่ 10)...
...คงเหลือแต่ความมืดมิดที่แสงสว่างส่องผ่านมาไม่ถึง...
...คงเหลือแต่จิตบาป ที่ซึ่งแม้แต่พระเจ้าก็ลืมเลือน และไม่อาจให้อภัย...
...ฟังเถิดฟัง เสียงวิญญาณแตกสลาย(Soul Collapsion - ภาพลำดับที่ 11)...
...เสียงของแก้วที่ไม่อาจฝืนทนรับน้ำใดๆได้อีก...
...เสียงของความสิ้นหวังอันร้ายกาจ...
...เสียงโหยหวนที่ไปไม่ถึง...
...เสียงร่ำร้องเงียบงันที่หลังกำแพงนี้...
...หนทางใดเล่า ที่ความทรมานนี้จะจบไป...
...ภายใต้ความมืดมนหมดหวังไร้จุดจบนี้...
...แม้เลือดก็หอมหวล...
...เหตุนั้น อัตฆาตแดงอร่าม(Red Bright Suiciding - ภาพลำดับที่ 12)สดใส...
...เหตุนั้น ความตายจึงสวยงามเป็น ศิลปะแห่งอศุภซาก(Art of Death - ภาพลำดับที่ 13)...
...เหตุนั้น ความยินดีในความตายจึงก่อขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง...
...และปูทางไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่...
...ภายใต้การชักนำบันดาล ของปีศาจร้ายที่หัวเราะเยาะเย้ยอยู่เบื้องหลัง...
แต่... ให้ตายเถอะฮับ ระดับความเศร้าตอนนี้ เค้นจนแทบแย่ก็ได้ระดับของภาพที่ 2 เองฮับ -*-
มาทำให้ข้าน้อยเศร้ากันดีมะฮับ อิอิ จะได้ดูผลงานกันเร็วๆฮับ ^ ^



