Art

ข้าน้อยเคยกล่าวถึงงานประกวดนิทานสำหรับเด็กไว้เมื่อนานมาแล้วฮับ
ซึ่ง ข้าน้อยก็ได้สร้างผลงานเอาไว้
...เพียงแต่ ข้าน้อยใส่ความต้องการส่วนตัวลงไปซะเยอะ
จนมันกลายเป็นนิทานผู้ใหญ่ไปซะแล้วล่ะฮับ

ผลลัพธุ์ก็เลยกลายเป็นว่า มันไม่เข้าตากรรมการฮับ หุหุ

แต่ถึงอย่างนั้น ข้าน้อยก็ยังอยากให้ทุกคนได้อ่านนิทานผู้ใหญ่ฮับ
ดังนั้น ในลำดับนี้ ข้าน้อยได้เรียบเรียง (+แก้คำผิดนิดๆหน่อยๆจากต้นฉบับเก่า)
และรอให้ทุกท่านได้อ่านกันฮับ

ขอเชิญฮับ

----------------------------------------
----------------------------------------

frontcover


ปกหน้า : กระต่ายหมายดาว

page01

1.ในดินแดนอันไกลโพ้น ยังมีต้นไม้ที่สูงใหญ่ราวกับภูเขาอยู่ต้นหนึ่ง
บนต้นไม้นั้นมีดินที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์นานาชนิดจึงขึ้นไปสร้างบ้านอาศัยอยู่ตามกิ่งก้านของต้นไม้ต้นนั้น

page02page03

2.+3. กระต่ายฝูงหนึ่งก็ได้พากันมาสร้างหมู่บ้านอยู่ร่วมกัน
พวกมันปลูกผักอย่าง กะหล่ำปลี และ แครอท ไว้เป็นอาหาร
พวกมันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

page04page05

4. แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต้นไม้ก็เหี่ยวเฉาลงและดินก็ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าเดิม
พืชผักที่ปลูกได้จึงลดน้อยลงและรสชาติก็ไม่อร่อยเหมือนเคย ทำให้บรรดากระต่ายได้รับความลำบากอย่างมาก
กระต่ายน้อยตัวหนึ่งจึงมานั่งคิดถึงตำนานที่สุดแสนจะเก่าแก่ของสิ่งวิเศษที่เรียกว่า "ละอองดาว"

5. ตำนานกล่าวไว้ว่า ละอองดาวนั้นซ่อนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ และหากมีใครค้นพบละอองดาว คนผู้นั้นจะสามารถขอพรอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง
"ถ้าละอองดาวมีอยู่จริง ชั้นอยากจะขอให้หมู่บ้านของเรามีพืชผักอร่อยๆกินกันตลอดปี โดยที่พวกเราไม่ต้องลงมือเพาะปลูกให้เหนื่อย" เจ้ากระต่ายคิด
"ดีล่ะ ถ้าอย่างนั้น ชั้นจะออกเดินทางตามหาละอองดาว" ว่าแล้ว เจ้ากระต่ายก็เตรียมข้าวของและออกเดินทาง

page06page07

6. ไม่นานนัก กระต่ายก็ได้พบกับวัวผู้มีร่างกายใหญ่โต
"คุณวัวครับ คุณวัวรู้จักละอองดาวหรือเปล่าครับ?" กระต่ายเข้าไปถามวัวอย่างรวดเร็ว
วัวไม่ตอบอะไร มันยังคงขุดดินเตรียมแปลงผักต่อไป

7. "คุณวัวครับ..." เจ้ากระต่ายจะถามต่อ แต่วัวก็พูดขัดขึ้นมา
"เจ้ากระต่ายน้อย ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะ"
เจ้าวัวพูดต่อไป "แต่ฉันปลูกผักอย่างเดียว ฉันก็ยังมีอาหารไม่พอเลย นายไปถามคนอื่นเถอะนะ"
กระต่ายจึงกล่าวอำลาวัวและออกเดินทาง ปล่อยให้วัวก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อไป

page08page09

8. ต่อมา กระต่ายก็พบกับแกะฝูงหนึ่งกำลังเต้นรำกันอยู่อย่างสนุกสนาน มันจึงเข้าไปถามแกะเหล่านั้น
"คุณแกะครับ คุณแกะรู้จักละอองดาวหรือไม่ครับ?"
"มันคืออะไรหรือ?","เอ๊ะ เธอถามอะไรนะ?","ละอองดาวน่ะหรือ?" ฝูงแกะพากันมารุมล้อมถามเจ้ากระต่าย
กระต่ายตอบ "มันเป็นของวิเศษ ที่เราสามารถขอพรอะไรก็ได้หนึ่งข้อน่ะครับ"
"โอ้ อย่างนี้นี่เอง","ดีจัง","ดีจังเลยนะ","ชั้นอยากได้บ้างจัง" แกะพูดขึ้นเสียงดังเซ็งแซ่

9. "แต่ถ้ามีใครขอสิ่งชั่วร้าย มันก็ไม่ดีน่ะสิ" แกะตัวหนึ่งเสนอขึ้น
"จริงด้วย","แย่จัง","น่ากลัวจังเลย" แกะตัวอื่นๆพูดขึ้นมาแทบจะพร้อมๆกัน
"ช้นอยากจะขอเสื้อผ้าสวยๆสักชุด","ชั้นก็อยากได้นะ","ชั้นจะขอให้ชั้นร้องเพลงเพราะๆ",ฯลฯ
ถึงตอนนี้ไม่มีแกะตัวไหนสนใจกระต่ายแล้ว
พวกมันคุยกันเสียงดังจนกระต่ายน้อยปวดหัวและตัดสินใจเดินทางต่อไป

page10page11

10. กระต่ายเดินทางต่อจนไปพบกับหมูป่าท่าทางน่าเกรงขามนอนอยู่ท่ามกลางกระสอบใส่อาหาร
กระต่ายเข้าไปถามหมูป่า "ขอโทษนะครับ คุณหมูป่าพอจะรู้จักละอองดาวหรือเปล่าครับ?"
หมูป่าถูกปลุกขึ้นมาก็หงุดหงิด มันตอบกระต่ายทั้งที่ยังหลับตา "โอ๊ย ข้ามีอาหารมากพอแล้ว ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น"

11. กระต่ายจึงพูดต่อไป "แต่อาหารที่สะสมไว้สักวันก็หมดไปนะครับ เมื่อถืงเวลานั้นแล้ว คุณหมูป่าจะลำบากนะครับ"
"ถึงตอนนั้น ข้าค่อยไปขโมยอาหารของเจ้าพวกแกะมาก็ยังได้ ข้าจะนอนต่อแล้ว เจ้าจงไปซะให้พ้น อย่าให้ข้าโกรธ"
หมูป่าล้มตัวลงนอนต่อ ปล่อยให้กระต่ายเดินทางต่อไป

page12page13

12. เมื่อกระต่ายไต่ขึ้นไปตามกิ่งไม้ มันก็พบกับฝูงลิงกำลังพูดคุยกันอยู่ มันจึงเข้าไปถามเรื่องละอองดาวกับเหล่าลิง
"เป็นคำถามที่ดี กระต่ายน้อย" หัวหน้าลิงที่สวมหมวกรูปร่างประหลาด เป็นผู้ตอบ
"อันที่จริง เรารู้จักมันเป็นอย่างดีเลยล่ะ" หัวหน้าลิงพูดต่อไปพร้อมกับยิ้มภูมิใจ
กระต่ายตาโตด้วยความดีใจ "แล้วมันอยู่ที่ไหนหรือครับ?"
หัวหน้าลิงยิ้ม "เราไม่คิดว่าละอองดาวนั่นสำคัญหรอกนะ เรามีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่านั้นอีก"

13. กระต่ายทำหน้าฉงนสงสัย "แล้วพวกคุณสนใจอะไรกันหรือครับ?"
"การบินไงล่ะ" หัวหน้าลิงพูดต่อ "ถ้าพวกเราบินได้ การค้นหาละอองดาวก็ง่ายดาย หรือพวกเราจะบินไปหาที่อยู่ใหม่ก็ยังได้"
กระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย "จริงด้วยครับ ว่าแต่ พวกคุณจะบินได้อย่างไรล่ะครับ? ผมอยากรู้เหลือเกิน"
"พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกเรายังตกลงหาวิธีที่ดีที่สุดไม่ได้เลย" หัวหน้าลิงตอบ "สนใจจะช่วยพวกเรารึเปล่าล่ะ? กระต่ายน้อย"
"ผมอยากช่วยเหลือพวกคุณครับ แต่ทุกคนรอผมอยู่" กระต่ายตอบ "ผมกลัวว่าเวลาที่ผมมีจะไม่พอ"
"ถ้าเช่นนั้น เธอจงไปเสียเถอะ" หัวหน้าลิงพูดยิ้มๆ
กระต่ายจึงร่ำลาพวกลิงและออกเดินทางต่อไป

page14page15

14. หลังจากการเดินทางยาวนาน กระต่ายก็รู้สึกเหนื่อยและท้อแท้ มันจึงนั่งพัก
ระหว่างนั้นเอง ชายชราก็ปรากฏตัวขึ้น และเข้ามาถามกระต่าย
"กระต่ายน้อย เธอมาทำหน้าเศร้าอยู่แถวนี้ทำไม มีอะไรที่ผู้วิเศษอย่างชั้นจะช่วยได้มั๊ย"
เมื่อกระต่ายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้วิเศษฟัง เขาก็หัวเราะขึ้น "สิ่งที่เธอตามหาอยู่นั้น ชั้นก็มี"
ว่าแล้ว เขาก็หยิบสร้อยคอที่มีดาวดวงใหญ่ขึ้นมายื่นให้กับกระต่าย "สวมมันแล้วก็ขอในสิ่งที่เธอต้องการสิ"

15. เจ้ากระต่ายดีใจอย่างมาก รับสร้อยคอจากผู้วิเศษมา และกำลังจะสวมมัน แต่แล้ว เจ้ากระต่ายก็หยุด
"ท่านผู้วิเศษ ผมสงสัยว่า ถ้าละอองดาวเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายดายเช่นนี้ ทำไมคุณวัว คุณแกะ คุณหมูป่า หรือแม้แต่คุณลิง ถึงไม่มาขอมันไปล่ะครับ"
"เอ่อ... นั่นคงเป็นเพราะ พวกมันไม่รู้น่ะสิ ว่าชั้นเก็บละอองดาวไว้" ผู้วิเศษตอบเสียงตะกุกตะกัก
กระต่ายน้อยยังคงถามต่อไป "แล้ว... ท่านผู้วิเศษไม่มีพรที่อยากจะขอบ้างหรือครับ ...จริงๆแล้ว ท่านพบละอองดาวก่อนผมเสียอีก
ท่านจะให้ผมขอพรจากละอองดาว ผมก็รู้สึกว่าผมเอาเปรียบท่าน ผมขอคืนละอองดาวให้แก่ท่านดีกว่าครับ"

page16page17

16. ผู้วิเศษพยายามบอกให้กระต่ายสวมสร้อยคอเท่าไร กระต่ายก็ไม่ยอมใส่เสียที
จนในที่สุด ผู้วิเศษก็โกรธ แท้จริงแล้ว เขาคือพ่อมดใจร้ายที่คิดจะหลอกกระต่ายให้สวมสร้อยคอ
เพื่อที่กระต่ายจะได้ถูกควบคุมจิตใจ กลายมาเป็นผู้รับใช้คอยทำงานให้กับพ่อมดนั่นเอง
"เจ้ากระต่าย ในเมื่อเจ้าฉลาดนักไม่ยอมติดกับดักของข้า ข้าก็คงต้องใช้กำลังเสียแล้ว"

17. พ่อมดร่ายคาถาทันที หวังจะสาปให้กระต่ายกลายมาเป็นผู้รับใช้
เมื่อกระต่ายน้อยเห็นว่าจะหนีก็คงหนีไม่พ้น จึงตัดสินใจว่าจะสู้กับพ่อมดเพื่อป้องกันตนเอง
มันคว้าเอาแครอทออกมา และต่อสู้กับพ่อมดที่ยังคงร่ายคาถาไม่เสร็จ ทำให้พ่อมดสลบไป
กระต่ายยังคงกลัวว่าพ่อมดอาจจะฟื้นขึ้นมาอีก จึงรีบออกเดินทางต่อไปในทันที

page18page19

18. ในที่สุด กระต่ายก็เดินทางมาถึงยอดต้นไม้แล้ว
ท่ามกลางท้องฟ้ายามกลางคืนที่มืดมิด กระต่ายมองไม่เห็นสิ่งใดที่คาดว่าจะเป็นละอองดาวได้เลย
"ตำนานคงไม่เป็นจริง ชั้นคงต้องกลับหมู่บ้านไปปลูกผักอย่างยากลำบากเหมือนเดิม" กระต่ายน้อยพูดอย่างเศร้าๆ
ทันใดนั้น สายตาของมันก็พบกับบางสิ่งเล็กๆที่มีสีเหลืองทองสดใส

19. กระต่ายเข้าไปใกล้ และก็พบว่ามันคือลูกนกตัวหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ
กระต่ายพูดกับตนเอง "เอ๋ แถวนี้ก็ไม่มีบ้านของคุณนกเลย หรือว่าลูกนกตัวนี้จะพลัดหลงกับคุณพ่อคุณแม่ของมันนะ?
ในกระเป๋าของชั้นเองก็มียาอยู่ ถ้าชั้นรักษาลูกนกตัวนี้ ในวันพรุ่งนี้พ่อนกแม่นกก็คงออกบินตามหาและได้พบกับลูกนกตัวนี้แน่ๆ"
มันจึงอุ้มลูกนกขึ้นมา และรักษาลูกนกด้วยยาที่มันมี
ทันใดนั้น สิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ลูกนกนั้นเปล่งแสงเป็นสีทอง ก่อนจะบินขึ้นไปบนฟ้า

page20page21

20.+21.  ลูกนกกลายเป็นหงส์ตัวใหญ่ที่แสนสง่างาม
ท้องฟ้าในตอนนั้นสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน เพราะรัศมีสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากร่างกายของมัน

page22

22.+23.  หงส์บินลงมาจากท้องฟ้า มันยิ้มและถามเจ้ากระต่าย "กระต่ายน้อย เธอเดินทางจากบ้านเกิดมาไกลถึงที่นี่ทำไมหรือ?"
กระต่ายจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้หงส์ฟัง หงส์ได้ฟังแล้วก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ใจดี
"ที่จริงแล้ว ละอองดาวซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่งของต้นไม้แห่งนี้ เธอไม่จำเป็นต้องเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้หรอกนะ
เพียงแต่ เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้นจึงจะสามารถหาละอองดาวพบ

วัวนั้นไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีกว่า
แกะนั้นฟังสิ่งที่คนอื่นพูดมากเกินไป
หมูป่ามีความเห็นแก่ตัว
ลิงเองก็เชื่อในสิ่งที่ตนเองคิด จนไม่สนใจความจริงรอบๆตัว
พ่อมดก็หลอกลวงผู้อื่น ไม่มีความจริงใจ

ในขณะที่ตัวเธอนั้น เป็นผู้ที่ยอมเสียสละออกเดินทางมาเพื่อจะทำให้คนอื่นๆในหมู่บ้านมีความสุข
ในระหว่างที่เดินทาง ถ้าเธอไม่มีความสุภาพเป็นเครื่องป้องกันตัว เธอเองก็คงโดนหมูป่าทำร้ายด้วยความโกรธ
และถ้าเธอโลภมาก เธอก็คงโดนพ่อมดหลอกไปเสียแล้ว
สุดท้าย เมื่อชั้นทดสอบเธอด้วยการแปลงกายไปเป็นลูกนกที่บาดเจ็บ เธอก็แสดงน้ำใจด้วยการรักษาบาดแผลนั้นให้"

page24page25

24. "ผู้ที่มีใจสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน หัวใจของเขาย่อมแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
ผู้ที่มีใจเมตตาคิดช่วยเหลือผู้อื่น หัวใจของเขาย่อมมีค่ายิ่งกว่าทองคำ
กระต่ายน้อย เธอคือผู้ที่เหมาะสมแล้วชั้นขอมอบละอองดาวให้แก่เธอ"
หงส์หยิบขวดรูปกลมขึ้นมาและมอบให้แก่กระต่าย

25. "เพียงเธอเปิดขวดออก พรที่เธอขอก็จะเป็นจริง" หงส์บอกกระต่าย "ขอในสิ่งที่เธอต้องการเถอะนะ"
เมื่อพูดจบแล้ว หงส์ก็บินจากไป
"ขอบคุณมากนะครับ" กระต่ายพูดขึ้น พร้อมกับมองไปที่ละอองดาวในอ้อมแขน
"ชั้นอยากจะขอให้หมู่บ้านของเรามีพืชผักอร่อยๆกินกันตลอดปี เพื่อที่ทุกคน...
ไม่สิ ถ้าชั้นขอแบบนี้ คุณวัวก็ต้องทำงานหนักต่อไป คุณแกะก็คงโดนคุณหมูป่ารังแก คุณลิงก็คงทำงานกันต่อไปด้วยความอดอยาก
พ่อมดเองก็คงหลอกคนอื่นไปเรื่อยๆ... นอกเหนือจากกระต่ายในหมู่บ้านของชั้น ทุกคนก็ยังคงไม่มีความสุข"
เจ้ากระต่ายยืนคิดอยู่สักครู่หนึ่ง "ชั้นขอให้ต้นไม้ต้นนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งและตลอดไป"
แล้วเจ้ากระต่ายก็เปิดขวดละอองดาวออก

page26
page27

26. +27. ทันใดนั้น ดวงดาวขนาดเล็กจำนวนมากก็พวยพุ่งออกมาจากขวดนั้นไปในทุกทิศทาง
และเมื่อแสงดาวสัมผัสกับกิ่งไม้ใบไม้ที่เหี่ยวเฉา กิ่งไม้ใบไม้เหล่านั้นก็กลับมาเป็นสีเขียวสดใดอีกครั้ง

page28

28. กระต่ายน้อยเดินทางกลับสู่หมู่บ้านของตน
ระหว่างทางก็พบว่าผู้คนที่เคยพบเจอกัน ต่างก็มีความสุขกันทุกคน
ในตอนนี้ แม้ว่ากระต่ายและเพื่อนๆจะยังต้องลงมือปลูกผักเอง
แต่มันก็มีความสุขกับการทำงานนั้น
และทุกครั้งที่กระต่ายน้อยมองขึ้นไปบนฟ้า
มันก็จะนึกถึงการเดินทางไปตามหาละอองดาว นึกถึงใบหน้าที่มีความสุขของทุกๆคน
และรู้สึกมีความสุขไปกับทุกๆคน ตลอดไป...

backcover

ปกหลัง

ช่วงนี้ ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการเขียนเท่าไหร่ เลยแวะเอาผลงานที่ทำเก็บๆไว้มาลงละกันฮับ งวดนี้ก็ 2 รูปละกันนะฮับผม

ภาพแรกเป็นภาพที่ข้าน้อยวาดให้น้องรหัสฮับ หลังจากประมวลผลนิสัยออกมา ก็ได้ออกมาเป็นภาพนี้ฮับผม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

สาวงามในภาพนี้ ชื่อ Belyvia Gesel หรือ เบลิเวีย จีเซล เรียกย่อๆว่า เบล นะฮับผม แน่นอนว่า ยังคงเป็นสมาชิกของ [Paradox Clan] อยู่เช่นเคยฮับผม (ใครไม่ได้ติดตามมาแต่ต้น แวะไปดู รวมงานศิลป์ครั้งที่ 2 และ 3 นะฮับผม เอิ๊กๆๆๆ)

เธอมีอาชีพเป็นนักฆ่าฮับ โดยมีอาวุธหลักๆเป็นมีดรูปผีเสื้อ 10 เล่มด้วยกัน เรียงร้อยผ่านเส้นเอ็นบางเล็กแต่เฉียบคม มายังแหวนทั้งสิบวงที่เธอสวมไว้ สิ่งนี้เองทำให้เธอได้รับการจัดให้เป็นอาชีพ butterfly assassin ฮับผม โดยสไตล์ของภาพนี้ ใช้แนวๆโกธิค ผสม ยุโรปยุคกลาง มาเป็นแนวทางในการออกแบบชุดฮับผม ถ้าพูดถึงภาพต้นแบบ ข้าน้อยก็อ่านเรื่อง chobits จนจบ ก่อนจะเริ่มร่างๆชุดออกมาได้ฮับ

จริงๆแล้ว อาวุธของเธอไม่ได้มีแค่มีดรูปผีเสื้อฮับ เธอยังมีพัดติดมีด และเข็มพิษเต็มไปหมดเลยล่ะฮับ ดังนั้น ศักยภาพในการลอบสังหารของเธอจึงน่าสะพรึงกลัวผิดกับรูปลักษณ์ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นสาวน้อยอ้อนแอ้นอรชร ที่เต้นรำได้อย่างสวยงาม และสิ่งนี้เองเป็น"ความขัดแย้ง"ประการแรกภายในตัวของเธอฮับ

ท่าร่ายรำของเธอนั้น ยามรวดเร็วก็สง่างาม ยามเยื้องช้าก็สดสวย แต่ระวังไว้เถอะฮับ เมื่อไหร่ที่เธอลงมือจริงๆ ความเร็วนั้นจะเพิ่มทวีชนิดที่ไม่น่าเชื่อเลยล่ะฮับ เบลจัดเป็นสมาชิกของ [Paradox Clan]ที่มีความเร็วสูงที่สุด เร็วจนตัวข้าน้อยเอง ยิงเธอด้วยเวทมนตร์สายดินไม่ทัน ในขณะที่สายน้ำก็ต้องตามลุ้นอยู่ เอาให้แน่ๆก็ต้องยิงด้วยไฟหรือลม ที่จัดเป็นมนตราเน้นความเร็วฮับ ความเร็วระดับนี้ ทำให้เธอได้รับฉายาว่าเป็น [Wind of Warfare] เลยล่ะฮับ ตัวอย่างท่าเต้นในการสังหารของเธอ ก็อย่างเช่น ท่าร่ายผีเสื้อแยกร่าง ท่าร่ายผีเสื้อโลหิต ท่าร่ายผีเสื้อสังหาร หรือ ท่าร่ายผีเสื้อมรณะ ฮับ ซึ่งแต่ละท่าก็จะมีเทคนิคการใช้เส้นเอ็นที่สลับซับซ้อนแตกต่างกันไปฮับ

พูดมาถึงตรงนี้ ก็ดูว่าเบลเป็นคนที่ไร้เทียมทาน จริงมั๊ยฮับ? ในความเป็นจริง ก็ไม่หรอกฮับ เอิ๊กๆๆๆ เธอมีความเป็นผู้หญิงเต็มที่เลยล่ะฮับผม เธอเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย และมีความเมตตาในบางอารมณ์ชนิดเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยฮับ ซึ่งตรงนี้เอง กลายเป็นความขัดแย้งสำคัญในตัวเธอ ความหวั่นไหวนี้คล้ายๆกับกรณีของจีน่า แต่เธอไม่ได้เน้นโกรธเอา โกรธเอา (อ่ะ ข้าน้อยรู้สึกร้อนๆแฮะฮับ) แต่เธอมีอารมณ์หลากหลายกว่านั้นแยะฮับ แต่โดยรวม เธอมีความเปราะบางทางอารมณ์กว่าจีน่ามากเลยล่ะฮับ แทบจะบอกได้ว่า บทจะร้ายก็ร้ายชนิดฆ่าคนไม่กระพริบตา บทจะดีก็ดีจนเป็นแม่พระไปเลย คำจำกัดความของเธอจึงนับเป็น "แก้ว" ที่แสดงถึงความเปราะบาง คม สวยงาม และโปร่งใสแต่ซับซ้อนฮับผม

จุดอ่อนที่สำคัญยิ่งของเธอนั้น ทำให้ทางกลุ่ม ตั้งฉายาให้เธอไว้อีกอย่างว่า [Figure of Fragility] ฮับผม

เบื่อกับสาวชุดดำนางนี้รึยังฮับ มาต่อกับคนต่อไปดีกว่า สมาชิกคนนี้ ต้นแบบจริงๆเป็นเพื่อนของข้าน้อยเองฮับ ใครไปมาในเวบบอร์ดต่างๆจะคุ้นกับชื่อของเขารึเปล่านะฮับ? ว่าแล้ว ก็ไปดูกันเลยฮับผม

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ภาพร้อนแรงดีมั๊ยฮับ เค้าคือ Baros, isolated pictomancer ฮับผม อีกหนึ่งสมาชิกของ [Paradox Clan] ฮับ

หลายคนคงจะงงกับคำว่า pictomancer ว่ามันคืออะไร แต่อย่างน้อยๆ คงรู้จัก necromancer สินะฮับ necromancer หมายถึง ผู้ควบคุมคนตาย ตามรากศัพท์ necro ที่หมายถึงศพฮับ ดังนั้นแล้ว pictomancer ที่อาศัยคำว่า picture ก็เลยหมายถึง ผู้ควบคุมภาพวาด ฮับผม

จริงๆ ตามสายอาชีพ บารอส นับเป็น summoner ฮับ แต่สิ่งที่เขาอัญเชิญขึ้นมาเป็นภาพวาดของเขาเองฮับ สมุดเล่มใหญ่ในมือ กับ สีอีกสารพัดสีในกระเป๋าสะพาย กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ และสุดหวงของเขา ชนิดที่ไม่ยอมให้ใครเปิดดูแบบเด็ดขาด น่ารู้จริงๆฮับ ว่าข้างใน บารอส เค้าวาดอะไรไว้บ้าง หึหึ -_,-+

ความสามารถของบารอสจริงๆ ไม่ได้หมดแค่การอัญเชิญภาพวาดให้ออกมามีชีวิต แต่ยังสามารถรวมร่างเข้ากับภาพวาดได้อีกด้วย และดึงเอาพลังในภาพวาดนั้นออกมาใช้ได้ นักวาดแถวนี้สนใจกันบ้างมั๊ยฮับ อิอิ

ชุดของบารอสเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแหล่ะฮับ แต่ในภาพ เค้าถอดเสื้อมาผูกไว้ที่เอว ทำให้เวลารวมร่างแล้ว เสื้อผ้าจะได้ไม่ขาดหมดซะก่อน เสื้อผ้าที่ใส่อยู่จึงเป็นเส้นใยที่ขยายตัวได้ และมีเครื่องประดับแบบปรับเลื่อนได้ซะส่วนใหญ่ จะได้สบายใจหายห่วงฮับ

บารอสเองเป็นคนที่ขี้อายและไม่กล้าพูด จนทำให้สมาชิกคนอื่นๆชอบหยอกหมอนี่เล่นเป็นพิเศษฮับ อ่อ ข้าน้อยก็ด้วย เอิ๊กๆๆ ความขี้อายนี่นับว่าขัดแย้งกับอาชีพนักอัญเชิญส่วนใหญ่ ที่ต้องทำพันธะสัญญากับผู้ถูกอัญเชิญ และมักจะอัธยาศัยดีหรือช่างคุยไปโดยธรรมชาติฮับ กับอีกอย่างคือ เจ้าตัวค่อนข้างมีกล้ามเกินกว่านักเวทมนตร์ทั่วๆไปฮับ ดูเป็นความขัดแย้งที่เล็กน้อยจังเมื่อเทียบกับสมาชิกคนอื่นๆ เหอะๆๆๆ

แต่เดิมบารอสเขาอาศัยอยู่เพียงลำพังในป่าแดงฮับ ใช้ชีวิตเงียบๆและฝึกปรือฝีมืออยู่กับธรรมชาติจนช่ำชองเป็นยอดศิลปิน ซึ่งสมาชิกทุกคนก็ยอมรับในชีวิตนี้ และยกฉายาให้เป็น [Noble of Nature] แต่ด้วยบุคลิกเงียบเชียบจนน่ากลัว ลับหลัง สมาชิกเราก็แอบตั้งฉายา [Artist of Abyss] ไว้ให้เขาเช่นกันฮับ

อ่า เอาว่า คราวนี้ข้าน้อยลงไว้แค่นี้ก่อนนะฮับผม แล้วไว้ก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน ข้าน้อยจะเอาบางส่วนของนิทานมาให้ดูละกันนะฮับ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์ฮับผม

อ่อ ช่วงนี้ ข้าน้อยรู้สึกปวดตาแปลกๆ อาจจะไม่ได้ตอบคอมเมนท์ หรือไปคอมเมนท์ให้ใครตามปกติ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะฮับ

edit @ 29 Nov 2007 18:10:58 by DDP

กลับมาอีกครั้งนะฮับ สำหรับงานสีไม้
ไปดูกันเลยละกันนะฮับผม

เริ่มจากงานชิ้นแรกที่คุ้นเคยกันดี - Ms.Bee - จากเอนทรี ที่แล้วนี่เองฮับผม




และชิ้นที่สอง ซึ่งเป็นงานชุดเดียวกันฮับ - Ms.Lotus -

งานทั้งสองชิ้นแรก เป็นรุ่นน้อง - รุ่นพี่ ที่พบระหว่างฝึกงานฮับ และจากการที่ข้าน้อยเคยเอาภาพไปวาด ระบายสีอยู่ที่นั่น ก็เลยได้รับ คำขอ ว่าอยากให้วาดภาพให้บ้างจัง ผลก็คือ ข้าน้อยวาดออกมาตามชื่อของทั้งสอง ก็คือ ผึ้ง กับพี่บัว ฮับ ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรเป็นพิเศษฮับ

ส่วนภาพสุดท้าย คนที่ขอมาเป็นหลานรหัสข้าน้อยเองฮับ โดยอยากได้ภาพแนวๆอียิปต์น่ะฮับ ...คอนเซ็ปท์มีแค่นี้ฮับ ข้าน้อยก็เลยประมวลข้อมูลส่วนตัวของหลานคนนี้ ก่อนจะออกมาเป็นภาพภาพนี้ฮับผม



แน่นอนฮับ ภาพตามสั่งแนวๆนี้ ข้าน้อยจะลากเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม -Paradox Clan- ซึ่ง สมาชิกในกลุ่ม จะมีคาร์แรกเตอร์ที่มี "ความขัดแย้ง" เป็นคอนเซปท์ร่วมกันฮับผม (ถ้าใครยังจำ แมคเคีย ของข้าน้อยได้ รายนั้นก็เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใช้ดาบต้องคำสาป ฮับ)

คาร์แรกเตอร์แม่มดชุดขาวตนนี้ ชื่อว่า Plegina Marmalade อ่านว่า เพลจจินา มาร์มาเลด เรียกเล่นๆก็เป็น จีนา มีที่มาจากฉายาที่ข้าน้อยตั้งให้หลานเองฮับ ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอกฮับ โดยความขัดแย้งหลักๆของเธอ คือความที่มองไม่ออกว่าเป็นแม่มด กับมองอารมณ์ขณะนั้นของเธอไม่ออกฮับ

จากการค้นหาภาพพวกชุดของชาวอียิปต์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นพวกชุดคลุมยาว มีผ้าปิดผมฮับ ส่วนอียิปต์โบราณก็จะมีการตกแต่งด้วยเครื่องทอง ข้าน้อยก็เลยเอามาดัดแปลงเป็นชุดคลุมยาวแบบที่เห็น มีเครื่องประดับทองบ้างแต่ก็ไม่เยอะนักฮับ โดยใช้สีเป็นสีขาวทั้งชุด ผสมเข้ากับสีทองทำให้ดูออกแนวศักด์สิทธิ์น่ะฮับ โดยที่เสื้อผ้าบางส่วนใช้ผ้าบางๆทำให้เห็นผิว ตลอดจน แขนเสื้อลักษณะคล้ายลูกไม้ เป็นการแสดงนัยถึงการ"เปิด"ให้เห็นบางส่วนไปในเชิงหลอกล่อน่ะฮับผม แสดงถึงทั้ง "เล่ห์กล" "กับดัก" และ "เสน่ห์" ไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งก็เหมาะกับอาชีพแม่มดมากๆ และทำให้คำจำกัดความของเธอ คือ "ยาพิษ" ในขณะที่แมคเคีย มีคำจำกัดความเป็น "กรอบ" ฮับ

มีของประกอบฉากนิดหน่อย เพื่อเพิ่มดีกรีความเป็นแม่มดให้กับ จีนา ก็คือ ไม้กวาด กับแมวดำ ฮับผม ...จริงๆมันมีนัยซ่อนอยู่เหมือน แต่ไว้เป็นความลับระหว่าง ลุง - หลานรหัสละกันนะฮับผม อิอิ

ด้วยความเป็นนักเวทย์สายแม่มด จีนา ถนัดมนต์สายไฟและสายฟ้าระดับเทพฮับ ถ้าให้ Rank ตามแบบเกมส์ทั่วๆไป ก็จัดเป็นระดับ S ได้เลยฮับ... พูดง่ายๆก็คือ บังคับได้ดั่งแขนขาตนเองเลยล่ะฮับ ไฟที่เธอควบคุมนั้น มีประสิทธิภาพสูงมาก ถ้าลองเอานิ้วไปแหย่ๆใกล้ลูกไฟนั่นสัก 1 - 2 เซนติเมตร ก็จะสัมผัสไม่ได้ถึงความร้อนเลยฮับ แต่ถ้าลองโดนเข้าไปจริงๆนั่น ไฟอาจจะมีอุณหภูมิเป็นหมื่นๆองศาเซลเซียสเลยทีเดียว ...แต่ที่สัมผัสถึงความร้อนไม่ได้ถ้าไม่โดน นั่นก็เพราะเธอควบคุมมันไว้ จนความร้อนไม่แผ่ไปสู่สิ่งแวดล้อมเลยฮับ(มีเสียไปบ้างในรูปพลังงานแสงสว่าง ซึ่งเป็นมนต์อีกแขนงหนึ่งที่เธอใช้ไม่เป็นฮับ) อย่างในภาพ คงตอบคำถามได้แล้วว่าทำไมต้นไม้ยังเขียวสดอยู่ได้ แม้ว่าจะมีการร่ายไฟออกมาสว่างจ้าแบบนั้นฮับ

จีนา ได้รับสมญานามตามความสามารถในการใช้เวทมนตร์ของเธอ ว่าเป็น "Master of Mystic" แม้ว่า Int ของเธออาจจะไม่สูงที่สุดในกลุ่ม แต่ด้วยความสามารถระดับตำนาน พลานุภาพของเธอจึงไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ...แต่ ในขณะเดียวกัน ทางกลุ่มก็ต้อง"แอบ"ตั้งฉายาลับหลังไว้ให้เธอเช่นกันว่าเป็น "Tank of Tempest" หรือเจ้าแม่แปรปรวน อย่าไปบอกจีนานะฮับ ว่าทางกลุ่มแอบล้อเลียนเธอไว้แบบนี้ ...ถ้าอยากรู้ว่าทำไม ลองไปแหย่ๆเธอเล่นละกันฮับ ...ประโยคแนะนำเช่น "จีนา เมื่อคืนทานมื้อดึกมา หรือว่าลมพัดแรงนะวันนี้ เราคิดว่าชุดเธอดูพองขึ้นนะเนี่ย"... แล้วคุณจะได้คำตอบเองฮับ ว่าทำไมทางกลุ่มจึงจัดตั้งฉายานี้ให้เธอ... เอามาพูดแบบนี้ อันเดธแบบข้าน้อยก็รู้สึกขนลุก(ไม่ต้องทำหน้าสงสัยว่า อันเดธมีขนด้วยเหรอนะฮับ... ขอพิสูจน์ว่ามีจริง) ร้อนๆหนาวๆแปลกๆฮับ ขืนแม่คุณรู้เข้าละก็ อย่างเบา พรุ่งนี้ข้าน้อยอาจจะโดนวางยาในอาหารเช้าฮับ

ฉากหลังครั้งนี้ทำออกมาได้ดีทีเดียวฮับ ภาพจริงๆฉากหลังมันจะดูขมุกขมัวกว่านี้หน่อยฮับ อันนี้สว่างค่อนข้างมาก เลยทำให้ดูลึกลับน้อยลงไป แต่ก็ยังหวังอยู่ว่า จีนา จะครองใจคนดูหลายๆคนได้ฮับผม แฮะๆ

มีอะไรติชมกันได้นะฮับผม ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และขอบคุณทุกๆคอมเมนท์ฮับ