Art

ด้ายหลากสีถักทอร้อยเรียงขึ้นเคียงข้าง
ปมด้ายผูกขึ้น เป็นวง เป็นสาย ต่อเติมกันไปเป็นแผ่นผืน
เข็มสองเล่มหมุนวนเต้นรำกระหวัดด้ายขึ้นเป็นรูปร่าง
เข็มเล่มหนึ่งหยุดนิ่ง...
ปล่อยให้ด้ายผ่านพันประสานขึ้นเป็นผืนผ้าอย่างไร้ความรู้สึก
เข็มเล่มหนึ่งหมุนวนไม่รู้เหน็ดเหนื่อย...
ประสานด้ายให้พันผ่านพ้นขึ้นไปเป็นปมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

ใครจะรู้ ...ด้ายจะหมดลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันไม่รู้เหนื่อย
...หวังให้ก่อนถึงวันวันนั้น ผืนผ้าคงสมบูรณ์

ใครจะรู้ ...ด้ายจะขาดลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันให้แน่นหนา
...หวังให้ก่อนถึงวันวันนั้น ผืนผ้าคงแกร่งกล้า

ใครจะรู้ ...เข็มจะหักลงในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างจริงใจ
...เพราะด้ายนั้นคงเป็นผลงานไม่รู้ลืมเลือน

ใครจะรู้ ...เข็มจะห่างกันในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างผูกพัน
...เพราะด้ายนั้นคงดึงรั้งไว้ให้ไม่ห่างหาย

ใครจะรู้ ...ผืนผ้านี้จะมีเจ้าของในวันไหน...
...เข็มสองเล่มจึงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างรอคอย
...หาใช่เหตุว่าหวังจะมีใครครอง... แต่เหตุเพราะหวังได้มอบความอบอุ่น...

ใครจะรู้ ...ผืนผ้านี้อาจจะไร้คนครองตราบนิรันดร์...
...เข็มสองเล่มยังคงร่วมกันเต้นรำเรียงร้อยด้ายเข้าหากันอย่างยินดีปรีดา...
...หาใช่เหตุว่าจะไร้ใครครอง... แต่เหตุเพราะได้ถักทอประสานเส้นด้าย...

----------------------------------------

พึ่งอัพสเปซมาหมาดๆฮับ แล้วปรับแต่งไปๆมาๆจนรู้สึกว่าเข้าท่าเข้าทาง ก็เลยเอามาลงไว้ในบลอคแห่งนี้ด้วยโดยไม่ดัดแปลงเนื้อความเลย เช่นเดียวกันกับ ลำดับที่ 2 --เรื่องเล่ากลางป่า-- น่ะฮับ

ข้อแนะนำสำหรับการอ่าน... เผื่อว่ามีคนแวะเข้ามาแล้วก็งงๆว่าข้าน้อยกำลังละเมอพร่ำเพ้ออะไรอยู่
แนะนำฮับ ว่าอ่านร้อยแก้วพวกนี้ให้เพลินๆดีกว่าฮับ แต่ถ้าขยันอยากจะตีความก็ลองดูได้ฮับ ข้าน้อยแฝงความหมายเอาไว้ แต่ให้แปลความได้หลากหลายทางหน่อยน่ะฮับ หวังว่าจะได้อรรถรสและความรู้สึกดีๆหลังการอ่านกันไปนะฮับผม

สังเกตจากเนื้อความออกมะฮับ...ว่าช่วงนี้ข้าน้อยเริ่มหายเศร้าอย่างแปลกประหลาดฮับ... เลยอาจจะรู้สึกนะฮับว่าเนื้อความที่ซ่อนอยู่มันดูเบาๆลงไปไม่เหมือนอย่างตอนที่ผ่านๆมา...

คิดๆดูก็ลำบากใจเล็กๆอับ...
ทีตอนไม่อยากเศร้าก็เศร้ากันจริงๆ...
แต่พอมาตอนนี้อยากจะเศร้า เพราะกำลังพยายามระบายอารมณ์ลงไปในภาพวาดให้ได้ 13 ภาพ แต่พอระบายถึงภาพที่ 2 ดันหยุดเศร้าซะงั้นเลยฮับ บิวท์อารมณ์ยังไงก็ไม่ไหวฮับ ถึงขีดจำกัดแค่ภาพที่ 2 ไม่เพียงพอสำหรับการวาดภาพที่ 3 สักทีฮับ -*- หมดแรงบันดาลใจในการทำงานศิลป์ไปครึ่งๆกลางๆนี่ลำบากนะฮับ...

ถือโอกาสนี้ย้อนกลับมา"เปิดตัว" งานชุดต่อไปที่พยายามทำอยู่และไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่กันอีกครั้งนะอับ เชื่อว่าเพื่อนๆในบลอคนี้คงไม่ทราบกัน และเพื่อนๆที่ติดตามสเปซข้าน้อยมาก็คงลืมไปแล้ว(ลงไว้เมื่อ 18 กพ. 49 โน่นเลยฮับ) เพราะมันเกิดแรงบันดาลใจในช่วงที่เศร้าถึงขีดสุดน่ะฮับ ไปดูคำบรรยายงานชุดนี้กันเลยละกันนะฮับ

...และบัดนี้ คือคำขานที่ปีศาจบันดาลดล(Demonic Inspiration = ชื่อผลงานชุดนี้แหล่ะฮับ)...
...นี่คือจิตวิญญาณที่ภาพ 13 ภาพจะร้อยเรียงบอกเล่าเรื่องราว...
...เป็นผลงานที่วาดเขียนด้วยชีวิต ด้วยสีดำมืดอย่างไม่มีสิ่งใดจะเทียบเท่าเหมาะสมได้อีก...

...กล้ากลืนฝืนทน...
...เสแสร้างสดใส(Innocent Faking - ภาพลำดับที่ 1)ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ...
...แจกโปรยรอยยิ้ม อันเย็นชาดุจหน้ากาก และเปล่ากลวงไร้ความรู้สึกใดๆ...
...หัวเราะแฝงเสียงร้องไห้ ยิ้มแย้มแฝงเร้นน้ำตา...
...ซ่อนความหดหู่อันมืดมน(Gloomy Depressed - ภาพลำดับที่ 2)ไว้ภายใน...
...อย่า... อย่ามองเข้ามาในดวงตานี้...
...อย่ามองลอดหน้ากากเข้ามา...
...ข้างในนี้มีแต่ความมืดมิด ข้างในนี้มีแต่ความหม่นหมอง...
...ข้างในนี้มีแต่ความโศกเศร้า ข้างในมีแต่น้ำตาเฉียบเย็น(Cold Frost Tear - ภาพลำดับที่ 3)...
...ข้างในมีแต่ความหวาดหวั่นเป็นวังวน(Circle of Fear - ภาพลำดับที่ 4) ข้างในมีแต่ความหวาดกลัว...
...ข้างในมีแต่รอยบาดแผล ข้างในมีแต่ความเจ็บปวด...
...หนามเอย หมู่หนามที่งอกเงยจากหัวใจ...
...ขูดข่วนทำร้ายด้วยคมแห่งบาปอันหยาบคม(Thorn of Guilty - ภาพลำดับที่ 5)นั้น...
...ภายใต้วังวนสีดำที่ไร้ก้น...
...ภายใต้คณาดูร(Parade of Sorrow - ภาพลำดับที่ 6)ที่แห่แหนล้อมรอบ...
...เป็นทุรนิมิตมิสิ้นมิสุด(Endless Nightmare - ภาพลำดับที่ 7)อันแสนทรมาน...
...ปวดร้าว...
...ทรมาน...
...ใยพันธนาการสีดำเหล่านี้ ไม่อาจเลือนหาย...
...เมื่อไรเล่าจะเป็นอิสระจากตรวนตรึงซึ่งมืดบอด(Black Blind Binded Bond - ภาพลำดับที่ 8)นี้...
...ยิ่งเจ็บ ยิ่งปวดเพิ่มพ้นพูนทวี...
...ยิ่งร่ำร้อง ยิ่งขอความช่วยเหลือ...
...ยิ่งเฝ้าทำร้ายคนอื่นด้วยความหิวโหย...
...ความเกลียดชังแห่งอัตตา(Self Hatred - ภาพลำดับที่ 9)จึงงอกเงย...
...และตอกย้ำซ้ำเติมให้ยิ่งเจ็บ ยิ่งปวดทรมานไม่จบไม่สิ้น...
...คงเหลือแต่ความสิ้นหวังอันสมบูรณ์(Absolute Hopelessness - ภาพลำดับที่ 10)...
...คงเหลือแต่ความมืดมิดที่แสงสว่างส่องผ่านมาไม่ถึง...
...คงเหลือแต่จิตบาป ที่ซึ่งแม้แต่พระเจ้าก็ลืมเลือน และไม่อาจให้อภัย...
...ฟังเถิดฟัง เสียงวิญญาณแตกสลาย(Soul Collapsion - ภาพลำดับที่ 11)...
...เสียงของแก้วที่ไม่อาจฝืนทนรับน้ำใดๆได้อีก...
...เสียงของความสิ้นหวังอันร้ายกาจ...
...เสียงโหยหวนที่ไปไม่ถึง...
...เสียงร่ำร้องเงียบงันที่หลังกำแพงนี้...
...หนทางใดเล่า ที่ความทรมานนี้จะจบไป...
...ภายใต้ความมืดมนหมดหวังไร้จุดจบนี้...
...แม้เลือดก็หอมหวล...
...เหตุนั้น อัตฆาตแดงอร่าม(Red Bright Suiciding - ภาพลำดับที่ 12)สดใส...
...เหตุนั้น ความตายจึงสวยงามเป็น ศิลปะแห่งอศุภซาก(Art of Death - ภาพลำดับที่ 13)...
...เหตุนั้น ความยินดีในความตายจึงก่อขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง...
...และปูทางไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าสลดหดหู่...
...ภายใต้การชักนำบันดาล ของปีศาจร้ายที่หัวเราะเยาะเย้ยอยู่เบื้องหลัง...

แต่... ให้ตายเถอะฮับ ระดับความเศร้าตอนนี้ เค้นจนแทบแย่ก็ได้ระดับของภาพที่ 2 เองฮับ -*-
มาทำให้ข้าน้อยเศร้ากันดีมะฮับ อิอิ จะได้ดูผลงานกันเร็วๆฮับ ^ ^

คราวนี้อย่าพึ่งตกใจไปนะฮับ คราวนี้ข้าน้อยถือโอกาสเอางานภาพมาใส่ไว้ให้ดูและวิจารณ์กันน่ะฮับผม

โดยปกติ งานที่ข้าน้อยทำ จะเป็นงานสีไม้บนกระดาษร้อยปอนด์ฮับ อย่างเช่นงานชุดนี้ ทุกชิ้น เป็นงานสีไม้บนกระดาษร้อยปอนด์ขนาด 9*9 นิ้วฮับผม แต่พอจะเอาเข้าคอม ก็มีการแต่งภาพ ตัดขอบขาวออก ตามความเหมาะสมแหล่ะฮับ

งานชุดนี้ เป็นเหล่านางไม้ฮับผม (แม้ว่าหลายๆคนอาจจะเข้าใจว่าเธอๆเป็น Goblins -*-) ข้าน้อยเรียกเป็นศัพท์เฉพาะของข้าน้อยเองนะฮับ ว่า Florian People หรือก็คือ พฤกษชน ตามหัวข้อผลงานชุดนี้แหล่ะฮับ
ข้าน้อยเลือกสีผิวของเธอๆให้เป็นสีเขียวฮับ จะได้ดูเข้ากับบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร แล้วมาแต่งความแตกต่างด้วยเสื้อผ้าพริ้วๆ พร้อมกับเครื่องประดับจากใบไม้-ดอกไม้-ผลไม้ ตนละ 8 ชิ้น เท่ากันทุกตนฮับ
สัดส่วนกายวิภาค อาจจะดูแปลกๆหน่อย ก็อย่าตกใจฮับ แขนขาของนางไม้เหล่านี้ จะยาวชะลูดเป็นพิเศษฮับ ไว้เพิ่มความเก้งก้าง ให้อารมณ์เป็นต้นไม้ มากกว่าสาวน้อยสุดเซ็กซี่น่ะฮับ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่านิ้วทั้ง 4 ก็ยาวเท่าๆกันอีกต่างหาก หูแหลมแบบเผ่า เอลฟ์ และที่สำคัญ ตาดำ เป็นสีแดง มีขนาดใหญ่จนมองแทบไม่เห็นตาขาวฮับ
ในแง่ของการดำรงชีวิต นางไม้เหล่านี้รักสงบฮับ ชอบใช้ชีวิตเงียบๆในป่าเขา แต่นานๆทีก็ต้องปะทะกับพวกนักล่าสมบัติบ้างเหมือนกัน ซึ่งในเวลาเช่นนั้น พวกเธอก็ไม่หวาดกลัวหลบหนีไปแต่อย่างใดฮับ ตรงกันข้ามพวกเธอจะเตรียมพร้อมสำหรับการขับไล่คนแปลกหน้ากลับไปเสมอ

Photobucket - Video and Image Hosting

Florian Fencer - ยึดอาชีพเป็นนักกระบี่ฮับ อาวุธที่เห็นเป็นกิ่งไม้นั่นแหล่ะฮับ ต้นคิดมาจากตอนไป ค่ายอาสาเมื่อ 3 ปีก่อน แล้วเห็นรุ่นน้องใช้ใบไม้ มาสานเป็นกระบี่น่ะฮับ แล้วก็เป็นที่มาของงานชุดนี้ด้วยฮับ อิอิ

Photobucket - Video and Image Hosting

Florian Dancer - ยึดอาชีพเป็นนักเต้นรำฮับ การร่ายรำของเธอสามารถโน้มนำดอกไม้มาเป็นอาวุธทางกายภาพได้ แต่อานุภาพสูงสุด ไม่ใช่การโจมตีโดยตรงฮับ เนื่องจากความสวยงามของการร่ายรำนี้ ทำให้ผู้พบเห็นลุ่มหลงเอาได้ง่ายๆเลยล่ะฮับ

Photobucket - Video and Image Hosting

Florian Priest - ยึดอาชีพเป็นนักบวชฮับ เธอใช้พลังในการรักษาและเสริมพลัง ผ่านทางผลไม้ฮับ นางไม้กลุ่มนี้ไม่นิยมออกสู่สังคมนอกชนเผ่าเท่าไหร่ฮับ แต่เธอจะซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้สูง และชื่นชมกับพลังธรรมชาติมากกว่า

Photobucket - Video and Image Hosting

Florian Musician - ยึดอาชีพเป็นนักดนตรีฮับ ที่เห็นในภาพ เป็นพิณที่เกิดจากรากไม้ฮับ บทเพลงของเธอสามารถโน้มนำรากไม้ต่างๆได้ ซึ่งก็มักจะใช้ได้ผลดีกับการพันธนาการ ต่อต้านผู้บุกรุก ก่อนที่จะให้เหล่ากระบี่ออกมาจัดการขับไล่ออกไปเองฮับ - สำหรับภาพนี้ พื้นหลังต่างกับตัวคาร์แรกเตอร์ และภาพก่อนหน้านี้เยอะ เพราะเมื่อวันเกิดที่ผ่านมา ข้าน้อยได้รับของขวัญเป็นหนังสือเทคนิคการใช้สีไม้ฮับ ก็เลยถือโอกาสลองวิชา ผลก็คือ Level Up!! อย่างที่เห็นน่ะฮับ อิอิ

หวังว่าจะชอบผลงานของข้าน้อยนะฮับ ไว้จะฝึกฝีมือเรื่อยๆ แล้วเอาภาพชุดต่อๆไปมาให้ดูชมกันต่อไปฮับ อิอิ

หลังจากที่ลำดับที่แล้ว ข้าน้อยได้บอกว่าจะทำการปรับปรุงธีมบลอค
มาถึงตอนนี้ ก็ได้ปรับไปได้ราวๆ 95 % แล้วล่ะฮับ อาจจะเหลือตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมต่อๆไปแหล่ะฮับ

ธีมใหม่คราวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Death Note น่ะฮับ
เนื่องจากตั้งแต่เห็นหน้าปกเล่มแรกๆ ที่ทำการประจัญกันระหว่าง ความศักดิ์สิทธิ์,Holy กับ สิ่งชั่วร้าย,Unholy ธีมข้าน้อยก็เป็นไปในลักษณะเช่นนั้นฮับผม

คาร์แรกเตอร์ที่เห็นอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ เป็นรูปโครงกระดูกในชุดผ้าคลุม หมวกทรงสูง นั่นแหล่ะฮับ คาร์แรกเตอร์ข้าน้อยเอง DDP , Dark Demon Priest ... แปลกันง่ายๆก็คือนักบวชลัทธิมารนั่นแหล่ะฮับ เพียงแต่รายละเอียดของคาร์แรกเตอร์นี้ มีการเพิ่มเติมจากเดิม ที่เป็นชุดผ้าคลุมสีเลือดหมู ตอนนี้กลายเป็นผ้าคลุมขาวสะอาดแทนฮับ (แต่ในรูปทำเป็นสีทองเหลืองแบบรูปปั้น) สัญลักษณ์กลมๆบนหมวก เป็นวงเวทมนตร์ (ถ้าใช้เวทย์ มันจะแปลว่า วิทย์ หรือความรู้นะฮับ ดังนั้นสำหรับทางมนตรา สะกดเป็น "เวท"มนตร์ ฮับ - ได้รับการชี้แจง จากคุณอัมบรา, Umbra)4หลัก 25ธาตุ อย่างย่อน่ะฮับ (ไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มจากทีไหนนะฮับ ข้าน้อยคิดเอง และ...อาจจะได้เห็นในฟิคที่กำลังพยายามเค้นสมองน้อยๆ แต่งอยู่ฮับ อิอิ) ภายใต้ชุดคลุมยาวก็ยังคงเป็นชุดยาวกลอมเท้าแบบจอมเวท และด้านหลังก็มีเครื่องจักรกล เป็นฐานให้กับปีกบางๆใสๆแบบเทพน่ะฮับ พับเก็บอยู่ จะพลาดนิดนึงก็ตรงที่ ลืมไปว่าข้าน้อยใส่ชุดแขนยาวฮับ... คิดซะว่าพับเก็บละกันฮับ ช่วงนี้อากาศร้อน (ฮา + โดนผู้อ่านตบตีด้วยความเอ็นดู)

คาร์แรกเตอร์ตัวนี้จัดเป็นเผ่าผู้ไม่มีวันตายฮับ หรือเรียกกันว่าเผ่า อันเดธ, Undeath จริงๆคือมีที่มาจากว่า ข้าน้อยผอมมาก ขอบตาคล้ำๆประสาคนนอนน้อย แล้วก็ซูบซีดจนเพื่อนๆเรียกกันว่าซอมบี้ฮับ (ฮา) ดูก็คงรู้กันว่าเป็นสายนักเวท โดยเวทมนตร์ที่ข้าน้อยใช้ได้ ก็มีสารพัดธาตุเลยฮับ แต่เดิมเคยใช้ได้ ดิน น้ำ ลม เท่านั้น ตอนนี้ก็อัพเกรดมาใช้ไฟได้แล้ว แต่ยังคงแพ้แสงอยู่เหมือนเคยฮับ ส่วนธาตุอื่นๆที่ผสมขึ้นมาจากธาตุทั้ง 4 ก็ใช้ได้เกือบหมด ยกเว้นทางแสงอยู่สายเดียวฮับ (คิดเอง ก็ขอเก่งๆหน่อยละกันฮับ แฮะๆ)

กลับมาที่ธีมกันต่อฮับ คาร์แรกเตอร์ของข้าน้อยมีนัยแฝงเร้น คือ ความชั่วร้ายภายใต้รูปลักษณ์ที่น่าศรัทธาน่ะฮับ ก็เลยวาดให้อยู่ทางฝั่งที่ดูศักดิ์สิทธิ์ มีเทพองค์น้อยๆ หน้าตาน่ารักน่าชัง(?) อยู่ข้างล่าง วาดให้มีเขี้ยวก็ให้สนับสนุนกับนัยของคาร์แรกเตอร์ข้าน้อยนั่นแหล่ะฮับ รัศมีบนหัวกะโหลกนั่น ตอนแรกกะวาดเป็นลวดลายฮับ โดยใช้กระดาษไขเข้ามาช่วย แต่ไปๆมาๆ ก็ดูไม่ดีเท่าที่หวังไว้ เลยทำเป็นอย่างที่เห็นอยู่ฮับ แถมด้วยโครงเหล็กสวยๆแบบประตูรั้วไว้หน่อยนึงฮับ

ส่วนฝั่งขวาที่น่าจะเป็นฝั่ง Unholyใช้การสื่อความหมายของสิ่งที่ตรงข้ามกับศรัทธา ก็คือ วิทยาศาสตร์นั่นแหล่ะฮับ ผ่านออกมาในรูปของจักรกล และโลหะ มีกระดูกเก็บรักษาไว้เตือนใจว่ายังไงความตายก็ยังเป็นใหญ่เหนือความรู้ทั้งปวง และวงฟันเฟืองก็แทนการดำเนินไปของเวลาที่ห้ามไม่ได้ ตลอดจนการเกิดวัฏจักรที่คนเราไม่รู้จักจำสักที แล้วก็เดินตามรอยเดิมๆกันมาฮับ

จริงๆแล้ว ส่วนนี้ก็ไม่ได้แปลว่าความชั่วร้ายซะทีเดียว แต่ใช้เป็นความหมายว่าความไม่รู้ น่าจะดีกว่า เพราะไม่รู้ เลยต้องแสวงหา และเมื่อแสวงหารอบทิศ ก็หลงไปตามกระแสต่างๆน่ะฮับ สีตรงนี้จะดูอ่อนกว่าตัวรูปปั้น อันนี้ ส่วนนึงคือพยายามทำให้สีดูเป็นแผ่นโลหะ แต่อีกส่วนนึง สงสัยจะหมดแรงฮับ (ฮา)

ด้านหลังที่เป็นกรอบรูป ไม่มีอะไรเป็นพิเศษฮับ เอาไว้กำหนดขอบเขตบลอคเฉยๆ แล้วก็เป็นส่วนเสริมให้ภาพทางฝั่งซ้ายกับขวาเชื่อมต่อกันได้ โดยไม่ดูขัดตาฮับ จากนั้นก็ ลดอักษรอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่นแถบภาพด้านบน-ด้านล่าง อวาตาร์ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไงๆก็คงไม่มีใครหลงผิดเข้าไปอ่านหรือแม้แต่ชื่อบลอค (อันหลังสุดนี่ลบไม่ออกฮับแต่ก็ทำจนเนียนไปแล้ว)ออกไป แล้วเพิ่มอักขระ Ddp ที่อยู่ในกรอบรูปวงกลมทางซ้ายค่อนไปด้านล่างของกรอบรูปน่ะฮับ กับเติมชื่อเต็มของข้าน้อยลงไปที่ด้านขวาบน (ตอนแรกกะจะไว้ตรงกลางด้านล่าง ให้เหมือนกับแสดงผลงานทางศิลปะ แต่...โดนบดบังซะมิดเลยฮับ -*- ) ที่หลังก็แต่งฉากหลังให้เรียบๆ จะได้ไม่ดูแล้วลายตามากนัก ข้าน้อยก็เลือกสองจิตสองใจระหว่าง พื้นดำ-อักษรขาว กับพื้นขาว-อักษรดำฮับ ...สุดท้ายก็มาลงที่แบบแรก ได้บลอคที่ดูค่อนไปทางหลอนสายตา แต่ก็ขลังดีฮับ

สุดท้ายก็มาเพิ่มความขลังอีกระดับนึงด้วยการใส่เพลงฮับ เพลงที่โหยหวนอยู่ในระหว่างที่อ่านช่วงบนๆมา ชื่อว่าเพลง "Lilium" ฮับ หรือแปลว่าดอกลิลลี่นั่นแหล่ะฮับ เป็น opening ของอนิเมชันเรื่อง "Elfen Lied" หรือที่บางคนเรียกกันว่า หูแมวเลือดสาดน่ะฮับผม ...เพลงแนวนี้เนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ทนทานต่อสิ่งยั่วยุและการล่อลวงได้ จึงควรแก่การได้รับนามว่านักบุญ ทำนองนั้นน่ะฮับผม ทั้งเนื้อหา แนวดนตรี เข้ากับบลอคข้าน้อยแบบสุดๆ ก็เลยเลือกมาลงล่ะฮับ ...ขอบคุณ คุณเฟริสท์, Firstkung ที่ช่วยสอนการทำลิงค์สำหรับใส่เพลงมา ณ ที่นี้ด้วยฮับผม

เอนทรีครั้งนี้ไม่มีเนื้อหาอะไรจะอัพฮับ ยังรอแรงบันดาลใจอยู่ เพราะมีแต่งาน การบ้าน รายงาน รีพอร์ทแลบ มาให้นั่งทำอย่างสนุกสนาน(หรอ??)ฮับ T^T

ขอบคุณทุกๆคอมเมนท์นะฮับผม