Art

หลังจากที่คราวก่อนถามไปเล่นๆว่าจะทำ how to จะดีมั๊ย แล้วมีเสียงตอบรับ(ยุ?)กลับมาบ้างเหมือนกัน ดังนั้น วันนี้ข้าน้อยก็จัดให้ฮับผม

ภาพนี้เป็นภาพที่วาดให้กับเพื่อนที่ฝึกงานฮับ เธอชื่อผึ้ง ข้าน้อยก็เลยเอาชื่อของเธอนั่นแหล่ะ มาออกแบบคาร์แรกเตอร์ให้เธอเสียเลยฮับ
ไปดูกันเลยดีกว่าฮับ

1. จะระบายสีก็ต้องเริ่มจากการร่างภาพก่อนฮับผม ทีนี้ ต้องทำความเข้าใจกันนิดนึงว่า สีไม้เป็นปฏิปักษ์กับเส้นดินสอฮับ ดังนั้น หลังจากร่างภาพด้วยดินสอแล้ว ให้ค่อยๆลบดินสอออกทีละจุดแล้วแทนที่เส้นเหล่านั้นด้วยสี จนสมบูรณ์ทั้งภาพฮับ
...ในภาพนี้ ข้าน้อยร่างโดยใช้สี light blue green นะฮับ (ข้าน้อยใช้สียี่ห้อ colleen 48 สี ดังนั้น ชื่อสีที่ข้าน้อยใช้ จะอ้างอิงไปตามยี่ห้อนี้นะฮับผม ไม่ได้ตั้งใจจะโฆษณาให้หรอกนะฮับ -*-) การร่างนี้ ให้ร่างจางๆนะฮับผม ทีนี้ พอร่างแค่จางๆเนี่ย มันสแกนไม่ติด ข้าน้อยเลยปรับให้ภาพมืดลงเพื่อให้เห็นเส้น + สีที่ลงจางๆชัดขึ้น อย่าตกใจไปถ้าเห็นภาพมันสีแปร่งๆนะฮับผม



2. เริ่มจากส่วนสีเนื้อก่อน ข้าน้อยจะเริ่มด้วยการลงสีเงาฮับ สำหรับผู้หญิง ข้าน้อยจะใช้เงาเป็นสี pink ฮับ เพื่อให้ผิวที่ออกมาดูเนียนๆเป็นสีชมพูฮับ แต่ถ้าเป็นผู้ชาย จะใช้สี orange แทนฮับผม



3. ลงเงาเพิ่มอีกระดับ ด้วยสี rose red และ orange ฮับ (กรณีผู้ชายจะใช้สี khaki แทนฮับ)



4. หลังจากที่ดูแปร่งๆเหมือนไม่ใช่สีเนื้อมานาน ทีนี้จะลงสีเนื้อจริงๆด้วยการใช้สี pale orange ทับลงไปฮับ



5. ลงสีเงา pink - rose red - orange ซ้ำอีกรอบเพื่อให้เกิดมิติ แล้วใช้สี red rose ขีดเป็นเส้นปากและขอบตาฮับ



6. ลงสี pale orange ทับอีกรอบนึงฮับ จะได้สีเนื้อที่ชัดเจน



7. ได้สีเนื้อสมบูรณ์แบบฮับ ที่เห็นนี้เป็นภาพที่ไม่ปรับสีให้มืดแล้วฮับ มองไม่เห็นเส้นร่างภาพเลยใช่มั๊ยล่ะฮับ หึหึ ...สังเกตว่ามีการเว้นช่วงแก้มไว้ด้วย เดี๋ยวข้าน้อยจะลงสีชมพูแดงทีหลังฮับผม



8. เริ่มลงสีผมและตาฮับ อันนี้ใช้สี brown เป็นสีพื้นฮับผม และเพื่อให้ตาเป็นประกายวิ้งๆปิ๊งๆ ข้าน้อยก็เว้นช่องว่างไว้เล็กน้อยฮับผม



9. ลงสีเงาเข้มด้วยสี vandyke brown ฮับผม มีข้อสังเกตนิดนึงฮับว่าในงานสีไม้ จะไม่มีการใช้สีดำนะฮับ เพราะจะทำให้ภาพดูแข็ง แต่จะใช้สีน้ำตาลเข้มแทน สำหรับตา จะใช้สีเข้มนี้ในการระบายรูม่านตาฮับ



10. น่าจะเริ่มจับหลักการลงสีได้แล้วนะฮับ วิธีพื้นฐานในการลงสีนั้น ข้าน้อยจะใช้สีอ่อนลงพื้น สีเข้มลงเงา แล้วใช้สีอ่อนระบายกลบเหมือนเป็นแซนด์วิชเลยฮับ ทีนี้ความละเอียดมันจะเกิดขึ้นเมื่อสีมันผสมผสานกันเองฮับ ยิ่งใช้สีเยอะสีก็จะยิ่งผสมกันได้หลากหลายฮับ อย่างสีทอง (กรุณาย้อนไปดูภาพ Macchia Solari ใน รวมงานศิลป์ครั้งที่ 2 ละกันนะฮับผม) อันนั้นใช้สีถึง 6 สี ไล่กลับไปกลับมา 3 หนฮับ -*-



11. สีน้ำตาลเข้มสองสีนี้ มันยังไม่เข้มจัดฮับ ดังนั้นเลยต้องใช้สีเพิ่มอีกหน่อย คือสี violet ฮับ มาทำเป็นเงาเข้มให้กับสีน้ำตาลอีกชั้นนึง อันนี้ลำบากหน่อย เพราะผมมันเป็นเส้นๆ การลงสีจึงให้ลงเป็นเส้นๆตามด้วยฮับ จากนั้นเพื่อไม่ให้สีม่วงมันโดดพ้นสีน้ำตาล ก็ใช้สี vandyke brown - brown ช่วยกันทับสีม่วงให้ไม่กระโดดออกมาทิ่มตาฮับ



สองภาพนี้ ให้สังเกต ไรผม ที่เติมขึ้นมาทีหลัง เพื่อเพิ่มความพลิ้วของเส้นผม กับให้สังเกต การลงสีเป็นเส้น เพื่อให้ผมดูสมจริงไม่เป็นแผ่นๆฮับ



12. จะได้ว่าตอนนี้ ผมกับผิว เสร็จเรียบร้อยแล้วฮับ



13. ต่อมาก็ชุดฮับ ชุดนี่ ข้าน้อยเลือกใช้สีเหลือง กับสีน้ำตาลฮับ ส่วนขนๆนั่นใช้สีเทา ดังนั้นก็เริ่มจากลงสีพื้นก่อนเช่นเคยฮับ



14. ลงสีเงาสักหน่อย แล้วก็ลงสีไล่กลับด้วยสีอ่อน ตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ฮับ สีที่ใช้ในการทำชุดสีเหลือง ได้แก่ cream yellow - lemon yellow - yellow - chrome yellow ไล่จากอ่อนมาแก่เลยฮับผม



15. ด้วยหลักเดียวกัน ก็ทำชุดส่วนที่เป็นสีดำ (ใช้สีเหมือนกับส่วนผม) และส่วนที่เป็นขนๆ (ใช้สี gray - warm gray - purple) ฮับ



16. หลังจากตัวละครเรียบร้อยก็มาลงฉากหลังก่อนฮับ เริ่มจากส่วนของดอกไม้ ใช้สี white - rose red - carmine ฮับผม ความยากตรงนี้ต้องระวังนิดนึงว่า ตัวกลีบดอกไม้ก็มีสี แถมยังต้องไล่แสงเงาอีกฮับ เกสรดอกไม้ เพื่อให้ต่างกับชุด ก็เลยใช้สี yellow - mandarin orange - orange ส่วนที่ก้านและใบ ใช้สี yellow green - green - leaf green ไล่กันไปนะฮับ
เวลาลง อย่าลืมลงเงาของตัวละครด้วยนะฮับผม



17. พื้นหลังไกลกว่านั้นไป จะแบ่งส่วนล่าง ประมาณ 1 ใน 3 ของรูปให้เป็นทุ่งหญ้า และส่วนบนให้เป็นท้องฟ้าฮับ
ส่วนทุ่งหญ้า ใช้สี green - leaf green - yellow green - emerald green ฮับ
เวลาลงสี ให้ลงเป็นเส้นๆ โดยกดจากข้าง แล้วปัดขึ้นข้างบน จะทำให้ได้เส้นเหมือนหญ้าฮับ สีที่เลือกทั้ง 4 สีนี้ให้ผลไม่เหมือนกันฮับ ถ้าเลือกลำดับการลงสีต่างไปจากที่ข้าน้อยทำ อารมณ์ของสีที่ได้ก็ไม่เหมือนกันด้วยฮับ อันนี้ลงละเอียดนิดนึงนะฮับ
green - เป็นสีมาตรฐานเลยฮับ ถ้าอยากให้สีฉากเรียบๆ ไกลๆ ใช้สีนี้ไว้หลังสุด
leaf green - เป็นสีส่วนเข้มฮับ ถ้าอยากให้ทุ่งหญ้าดูชัด มีเนื้อสีมากๆ หรือดูเข้ม อยู่ในเงามืด ก็ใช้สีนี้ไว้หลังสุด
yellow green - เป็นสีอ่อนที่เพิ่มชีวิตชีวาฮับ ถ้าอยากให้ทุ่งหญ้าดูมีแสงมากๆ ดูสดใส ก็ใช้สีนี้ไว้หลังสุด
emerald green - เป็นสีอ่อนที่เพิ่มชีวิตชีวาคล้ายๆกับ yellow green แต่สีที่ได้จะกระโดดกว่า ดังนั้น ถ้าอยากได้ทุ่งหญ้าที่ดูเปล่งประกายหน่อยๆ ก็เอาสีนี้ไว้หลังสุด
ทีนี้ ทุ่งหญ้าในฉากนี้ ข้าน้อยอยากได้สีเป็นแนวๆการ์ตูน สดใสๆหน่อย ก็เลยเรียงสีดังที่กล่าวไว้ข้างต้นฮับ

อันนี้เริ่มจาก green ก่อนฮับ



ตามด้วย leaf green



จากนั้นก็ yellow green และ emerald green



อ่อ การเรียงลำดับสี แม้จะให้อารมณ์ภาพที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้นหรอกนะฮับ จะให้ดี ลองลงสีทุ่งหญ้าดูเล่นๆแล้วเปรียบเทียบกันก็ดีฮับ ถ้าอยากให้สีหลากหลายมากขึ้น ก็ลองลงน้ำหนักสีให้ไม่เท่ากันฮับ รวมไปถึงการใช้สีอื่นๆเพิ่มเติมเข้าไปอีกก็ได้ แต่ไม่กล่าวถึงตอนนี้ละกันนะฮับ

18. ทีนี้ก็มาถึงส่วนท้องฟ้าฮับ อันนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายฮับ นั่นเพราะท้องฟ้ามันมีเมฆด้วย ดังนั้นต้องใช้จินตนาการนิดนึงว่าจะเว้นสีตรงไหน จะเติมสีตรงไหน เข้มอ่อนแค่ไหน แต่ที่ง่ายคือ ฟ้ามันทำแบบไหนก็ไม่ผิดฮับผม สวยมาก-สวยน้อย ค่อยว่ากันฮับ เอิ๊กๆๆๆๆ สีที่ใช้ในการลงท้องฟ้านี้ได้แก่ white - ultramarine light - sky blue - ultramarine ฮับ



19. ได้เป็นภาพสมบูรณ์แบบในที่สุดฮับผม ได้เป็น Ms. Bee ที่สุดแสนจะคิกขุฮับ



----------------------------------------
----------------------------------------

หลังจากที่มีคนขอมาว่าอยากให้สอนลงสีไม้จังเลย แต่ข้าน้อยเองก็ไม่ว่างไปเจอกับคนขอบ่อยๆ ไปๆมาๆก็เลยตัดสินใจทำลงบลอคซะเลยฮับ เผื่อให้ใครหลายๆคนที่สนใจได้มาดูกันด้วย ก็เลยลงเอยด้วยการทำ How To ของการลงสีไม้อันนี้ฮับ

เนื่องจากเป็นการทดลองทำครั้งแรก หากว่ามีอะไรผิดพลาดไป ละเอียดเกิน ควรจะละเอียดกว่านี้ หรืออยากให้สอนอะไรเพิ่ม เช่น การเลือกสี การผสมสี การกะแสงเงา การร่างสัดส่วน ฯลฯ ก็วิจารณ์กันมาละกันนะฮับผม ข้าน้อยจะได้ค่อยๆจัดให้อีกทีฮับผม

...อ่อ แล้วก็งานชิ้นนี้ ไว้จะจัดรวมกับงานชิ้นอื่นๆเป็น รวมงานศิลป์ครั้งที่ 3 นะฮับ ยังไงก็รอติดตามชมกันได้ฮับผม อิอิ โฆษณาไว้ซะงั้นเลย

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และทุกๆคอมเมนท์นะฮับผม

จริงๆงานศิลป์คราวนี้มีภาพเดียวฮับ แต่ก็ยังคงใช้ชื่อว่ารวมงานศิลป์อยู่ดีฮับ แฮะๆ ใครคาดหวังจะมาเห็นภาพเป็นกระบุงๆคงต้องทำใจนิดนึงฮับ พอดี ข้าน้อยก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นฮับ เอิ๊กๆๆ

ภาพที่นำมาลงคราวนี้ มีรุ่นน้องคนนึงในคณะเป็นผู้ขอให้ข้าน้อยวาดภาพให้ ถ้าใครนึกไม่ออก กลับไปดู ลำดับที่ 14.5 คอมเมนท์สุดท้ายฮับ คนนั้นแหล่ะฮับที่รีเควสข้าน้อยมา แถมยังกำหนดมาด้วย ว่าอยากได้ อัศวินศักด์สิทธิ์ๆ ตามด้วยการส่งเพลงเปิดตัวคาร์แรกเตอร์มาให้ ชื่อ เพลง Last Crusade ให้ฟังไปคิดหน้าตัวละครไปฮับ ผลลัพธ์ออกมาก็เลยเป็นดังที่เห็นฮับ

Photobucket - Video and Image Hosting

ข้าน้อยจัดการลากคาร์แรกเตอร์ที่ว่านี้เข้ากลุ่มของข้าน้อยที่ชื่อ Paradox Clan ไปเรียบร้อยแล้วฮับ โดยสมาชิกรายนี้ชื่อเต็มๆว่า Macchia Solari เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า "จุดดับบนดวงอาทิตย์"ฮับ อ่านตามประสาคนไม่เคยเรียนก็อ่าน เป็น แมคเคีย โซลเลราย นะฮับ เรียกเป็นชื่อเล่นๆก็ แมค ฮับผม

คอนเซ็ปท์หลักๆของแมค ก็คือ อัศวินศักด์สิทธิ์จริงๆแหล่ะฮับ แต่พอถูกข้าน้อยลากมาเป็นสมาชิกของกลุ่ม ก็เลยเพิ่มความขัดแย้งเข้าไปในตัวของคาร์แรกเตอร์ด้วย (เช่นข้าน้อย ก็เป็นนักบวชเผ่าอันเดธ เป็นต้น ฮับ) โดยการให้ถือดาบปีศาจเพิ่มเข้ามาฮับ

ในภาพ จะเห็นว่าตาแมคเนี่ย เค้าใช้ดาบคู่เป็นอาวุธ โดยที่ดาบในมือขวา คือ Foil of Duty, Dogana (ภาษาอิตาเลียนของคำว่า Duty ฮับ) ส่วนมือซ้ายถือดาบปีศาจ Sword of Enviness, Invidia (ภาษาอิตาเลียนของคำว่า Envy ฮับ) ซึ่งปกติแล้ว เวลาต่อสู้ โดกานา จะเป็นอาวุธหลัก ส่วน อินวิเดีย นั้นไม่ค่อยถูกใช้เท่าไหร่ เพราะ มันมีคำสาปแฝงมาด้วย ทำให้ผู้ใช้บ้าคลั่งฮับ โดยระหว่างที่ใช้ จะเห็นเส้นยึกยือๆออกจากด้ามดาบและโกร่งดาบ พันลงไปตามแขนของผู้ใช้ อ้อมไปถึงไหล่อีกข้าง กระจายออกเป็นรูปลักษณ์คล้ายๆปีกมารเลยล่ะฮับ ไว้ถ้ามีโอกาส ข้าน้อยคงได้วาดภาพขณะคลั่งเต็มรูปแบบมาให้ดูกันอีกทีฮับ

ในกลุ่มนั้น แมค ถือว่าเป็นผู้ที่มีพลังป้องกันสูงสุดแล้ว จึงได้สมญา "power of protection" ไปโดยปริยาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็แอบโดนตั้งสมญา "edge of envy" ไว้เช่นกันฮับ

สำหรับฉากหลังนั่น ตอนแรกข้าน้อยอยากให้เป็นฟ้ายามเย็น ซึ่งข้าน้อยก็อยากลองไล่ระดับ ท้องฟ้าสีส้ม-ชมพู-ม่วง แบบตอนพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้านั่นแหล่ะฮับ แต่พอทำออกมาจริงๆก็รู้สึกว่าฟ้าของข้าน้อยมันชมพู้ชมพูจนเกือบจะทิ่มตากันเลยทีเดียว -*- ... เอาเป็นว่า ข้าน้อยลองฝึกแหล่ะฮับ ได้ของแถมเป็นท้องฟ้าสีหวานๆเข้ากับเทศกาลวาเลนไทน์กันพอดีด้วย อิอิ ฮับ

แล้วถ้ามีสมาชิกคนใหม่เข้ามา ข้าน้อยจะหาโอกาสพามาเปิดตัวอีกนะอับ เพราะตอนนี้ก็มีคิดๆไว้หลายตัวแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาจะวาดน่ะฮับผม เหะๆ
ขอบคุณทุกคอมเมนท์ฮับผม

หลังจากที่ลำดับที่แล้ว ข้าน้อยได้บอกว่าจะทำการปรับปรุงธีมบลอค
มาถึงตอนนี้ ก็ได้ปรับไปได้ราวๆ 95 % แล้วล่ะฮับ อาจจะเหลือตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมต่อๆไปแหล่ะฮับ

ธีมใหม่คราวนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Death Note น่ะฮับ
เนื่องจากตั้งแต่เห็นหน้าปกเล่มแรกๆ ที่ทำการประจัญกันระหว่าง ความศักดิ์สิทธิ์,Holy กับ สิ่งชั่วร้าย,Unholy ธีมข้าน้อยก็เป็นไปในลักษณะเช่นนั้นฮับผม

คาร์แรกเตอร์ที่เห็นอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ เป็นรูปโครงกระดูกในชุดผ้าคลุม หมวกทรงสูง นั่นแหล่ะฮับ คาร์แรกเตอร์ข้าน้อยเอง DDP , Dark Demon Priest ... แปลกันง่ายๆก็คือนักบวชลัทธิมารนั่นแหล่ะฮับ เพียงแต่รายละเอียดของคาร์แรกเตอร์นี้ มีการเพิ่มเติมจากเดิม ที่เป็นชุดผ้าคลุมสีเลือดหมู ตอนนี้กลายเป็นผ้าคลุมขาวสะอาดแทนฮับ (แต่ในรูปทำเป็นสีทองเหลืองแบบรูปปั้น) สัญลักษณ์กลมๆบนหมวก เป็นวงเวทมนตร์ (ถ้าใช้เวทย์ มันจะแปลว่า วิทย์ หรือความรู้นะฮับ ดังนั้นสำหรับทางมนตรา สะกดเป็น "เวท"มนตร์ ฮับ - ได้รับการชี้แจง จากคุณอัมบรา, Umbra)4หลัก 25ธาตุ อย่างย่อน่ะฮับ (ไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มจากทีไหนนะฮับ ข้าน้อยคิดเอง และ...อาจจะได้เห็นในฟิคที่กำลังพยายามเค้นสมองน้อยๆ แต่งอยู่ฮับ อิอิ) ภายใต้ชุดคลุมยาวก็ยังคงเป็นชุดยาวกลอมเท้าแบบจอมเวท และด้านหลังก็มีเครื่องจักรกล เป็นฐานให้กับปีกบางๆใสๆแบบเทพน่ะฮับ พับเก็บอยู่ จะพลาดนิดนึงก็ตรงที่ ลืมไปว่าข้าน้อยใส่ชุดแขนยาวฮับ... คิดซะว่าพับเก็บละกันฮับ ช่วงนี้อากาศร้อน (ฮา + โดนผู้อ่านตบตีด้วยความเอ็นดู)

คาร์แรกเตอร์ตัวนี้จัดเป็นเผ่าผู้ไม่มีวันตายฮับ หรือเรียกกันว่าเผ่า อันเดธ, Undeath จริงๆคือมีที่มาจากว่า ข้าน้อยผอมมาก ขอบตาคล้ำๆประสาคนนอนน้อย แล้วก็ซูบซีดจนเพื่อนๆเรียกกันว่าซอมบี้ฮับ (ฮา) ดูก็คงรู้กันว่าเป็นสายนักเวท โดยเวทมนตร์ที่ข้าน้อยใช้ได้ ก็มีสารพัดธาตุเลยฮับ แต่เดิมเคยใช้ได้ ดิน น้ำ ลม เท่านั้น ตอนนี้ก็อัพเกรดมาใช้ไฟได้แล้ว แต่ยังคงแพ้แสงอยู่เหมือนเคยฮับ ส่วนธาตุอื่นๆที่ผสมขึ้นมาจากธาตุทั้ง 4 ก็ใช้ได้เกือบหมด ยกเว้นทางแสงอยู่สายเดียวฮับ (คิดเอง ก็ขอเก่งๆหน่อยละกันฮับ แฮะๆ)

กลับมาที่ธีมกันต่อฮับ คาร์แรกเตอร์ของข้าน้อยมีนัยแฝงเร้น คือ ความชั่วร้ายภายใต้รูปลักษณ์ที่น่าศรัทธาน่ะฮับ ก็เลยวาดให้อยู่ทางฝั่งที่ดูศักดิ์สิทธิ์ มีเทพองค์น้อยๆ หน้าตาน่ารักน่าชัง(?) อยู่ข้างล่าง วาดให้มีเขี้ยวก็ให้สนับสนุนกับนัยของคาร์แรกเตอร์ข้าน้อยนั่นแหล่ะฮับ รัศมีบนหัวกะโหลกนั่น ตอนแรกกะวาดเป็นลวดลายฮับ โดยใช้กระดาษไขเข้ามาช่วย แต่ไปๆมาๆ ก็ดูไม่ดีเท่าที่หวังไว้ เลยทำเป็นอย่างที่เห็นอยู่ฮับ แถมด้วยโครงเหล็กสวยๆแบบประตูรั้วไว้หน่อยนึงฮับ

ส่วนฝั่งขวาที่น่าจะเป็นฝั่ง Unholyใช้การสื่อความหมายของสิ่งที่ตรงข้ามกับศรัทธา ก็คือ วิทยาศาสตร์นั่นแหล่ะฮับ ผ่านออกมาในรูปของจักรกล และโลหะ มีกระดูกเก็บรักษาไว้เตือนใจว่ายังไงความตายก็ยังเป็นใหญ่เหนือความรู้ทั้งปวง และวงฟันเฟืองก็แทนการดำเนินไปของเวลาที่ห้ามไม่ได้ ตลอดจนการเกิดวัฏจักรที่คนเราไม่รู้จักจำสักที แล้วก็เดินตามรอยเดิมๆกันมาฮับ

จริงๆแล้ว ส่วนนี้ก็ไม่ได้แปลว่าความชั่วร้ายซะทีเดียว แต่ใช้เป็นความหมายว่าความไม่รู้ น่าจะดีกว่า เพราะไม่รู้ เลยต้องแสวงหา และเมื่อแสวงหารอบทิศ ก็หลงไปตามกระแสต่างๆน่ะฮับ สีตรงนี้จะดูอ่อนกว่าตัวรูปปั้น อันนี้ ส่วนนึงคือพยายามทำให้สีดูเป็นแผ่นโลหะ แต่อีกส่วนนึง สงสัยจะหมดแรงฮับ (ฮา)

ด้านหลังที่เป็นกรอบรูป ไม่มีอะไรเป็นพิเศษฮับ เอาไว้กำหนดขอบเขตบลอคเฉยๆ แล้วก็เป็นส่วนเสริมให้ภาพทางฝั่งซ้ายกับขวาเชื่อมต่อกันได้ โดยไม่ดูขัดตาฮับ จากนั้นก็ ลดอักษรอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่นแถบภาพด้านบน-ด้านล่าง อวาตาร์ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไงๆก็คงไม่มีใครหลงผิดเข้าไปอ่านหรือแม้แต่ชื่อบลอค (อันหลังสุดนี่ลบไม่ออกฮับแต่ก็ทำจนเนียนไปแล้ว)ออกไป แล้วเพิ่มอักขระ Ddp ที่อยู่ในกรอบรูปวงกลมทางซ้ายค่อนไปด้านล่างของกรอบรูปน่ะฮับ กับเติมชื่อเต็มของข้าน้อยลงไปที่ด้านขวาบน (ตอนแรกกะจะไว้ตรงกลางด้านล่าง ให้เหมือนกับแสดงผลงานทางศิลปะ แต่...โดนบดบังซะมิดเลยฮับ -*- ) ที่หลังก็แต่งฉากหลังให้เรียบๆ จะได้ไม่ดูแล้วลายตามากนัก ข้าน้อยก็เลือกสองจิตสองใจระหว่าง พื้นดำ-อักษรขาว กับพื้นขาว-อักษรดำฮับ ...สุดท้ายก็มาลงที่แบบแรก ได้บลอคที่ดูค่อนไปทางหลอนสายตา แต่ก็ขลังดีฮับ

สุดท้ายก็มาเพิ่มความขลังอีกระดับนึงด้วยการใส่เพลงฮับ เพลงที่โหยหวนอยู่ในระหว่างที่อ่านช่วงบนๆมา ชื่อว่าเพลง "Lilium" ฮับ หรือแปลว่าดอกลิลลี่นั่นแหล่ะฮับ เป็น opening ของอนิเมชันเรื่อง "Elfen Lied" หรือที่บางคนเรียกกันว่า หูแมวเลือดสาดน่ะฮับผม ...เพลงแนวนี้เนื้อหาเกี่ยวกับคนที่ทนทานต่อสิ่งยั่วยุและการล่อลวงได้ จึงควรแก่การได้รับนามว่านักบุญ ทำนองนั้นน่ะฮับผม ทั้งเนื้อหา แนวดนตรี เข้ากับบลอคข้าน้อยแบบสุดๆ ก็เลยเลือกมาลงล่ะฮับ ...ขอบคุณ คุณเฟริสท์, Firstkung ที่ช่วยสอนการทำลิงค์สำหรับใส่เพลงมา ณ ที่นี้ด้วยฮับผม

เอนทรีครั้งนี้ไม่มีเนื้อหาอะไรจะอัพฮับ ยังรอแรงบันดาลใจอยู่ เพราะมีแต่งาน การบ้าน รายงาน รีพอร์ทแลบ มาให้นั่งทำอย่างสนุกสนาน(หรอ??)ฮับ T^T

ขอบคุณทุกๆคอมเมนท์นะฮับผม