etc

ไม่รู้จะเปิดตัวบลอคใหม่ยังไงฮับ -*- เอาว่า....

"อรุณสวัสดิ์นะฮับ ทุกๆคน" ก็แล้วกัน... ขอบคุณมากๆนะอับ ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนกันนะฮับ

วันนี้ ข้าน้อยคงยังไม่เริ่มเขียนสาระอะไรเท่าไหร่... มาเปิดตัวแค่นี้ก็แล้วกันฮับ

----------------------------------------

เป็นหมายเหตุหลังบลอคนะฮับ ...

ปกติข้าน้อยจะใช้คำเรียกตัวเองว่า "ข้าน้อย" แล้วก็ลงท้ายด้วย "ฮับ" ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปซะแล้ว... หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย ข้าน้อยก็คงต้องขออภัยไว้แต่ต้นนะฮับ

ส่วนเนื้อหาในสเปซ ข้าน้อยอาจจะต้องขอโทษไว้ก่อนฮับ เพราะข้าน้อยมักจะเขียนเป็นเชิง abstract หรืออย่างน้อยก็ กึ่งๆabstract กล่าวคือ คนอ่านจะไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดซะทีเดียวน่ะอับ หลายๆจุด อาจจะตีความได้หลากหลาย หรืออาจจะมีการแทน "สัญลักษณ์" เข้ามา ยังไงก็ลองติดตามดูกันต่อไปนะฮับ

...ข้าน้อยขอโทษฮับ... แต่ข้าน้อยเขียนความรู้สึกนี้ออกไปไม่ได้...
...ไม่ว่าจะสรรหาคำอะไรมาใช้... แต่งเนื้อความไปยาวแค่ไหน... เปรียบเทียบกับอะไร... แต่ มันไม่อาจจะเทียบเท่ากับความรู้สึกนี้...
...ต้องหลั่งน้ำตาอีกกี่มากน้อย ความโศกเศร้าจึงจะเหือดแห้ง...

...ใครก็ได้... ฆ่าข้าน้อยที...
...แลกกับการที่อย่าให้ใครต้องมาเจ็บปวดแบบนี้อีกเลย...

สืบเนื่องจากเรื่องราวคราวก่อน ลำดับที่ 16 --สีแดงที่แฝงเร้น-- ซึ่งดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะไม่กล้าคอมเมนท์กันแฮะฮับ (เห็น view ขยับไปหลาย hits แต่คอมเมนท์ไม่ค่อยจะกระดิกเท่าไหร่น่ะฮับ) จนตอนนี้ เกินยอด 10 คอมเมนท์ที่คาดเอาไว้ ก็เลยคิดว่าถึงเวลาที่ดี ที่ข้าน้อยจะได้มาจับเข่าคุยกันแล้วล่ะฮับ

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จริงๆ ไม่ได้มีใครผิด หรือ ถูกหรอกนะฮับ นับจริงๆ คำว่าผิด หรือ ถูก ก็วัดกันด้วยบรรทัดฐาน แต่ใครจะรู้ว่าบรรทัดฐานที่ใช้อยู่มันเที่ยงแท้ถูกต้องแค่ไหน? สิ่งสำคัญจริงๆ อาจจะไม่ใช่ผล ว่าอ่านแล้วตีความได้ว่าอะไร แต่มันอยู่ที่ระหว่างทางน่ะฮับ ว่าอ่านแล้ว ได้ใช้ความคิดพิจารณาไปด้วยกันหรือเปล่า

เรื่องราวที่ข้าน้อยหย่อนไว้ ก็เหมือนกับสารส้มอันเล็กๆน่ะฮับ ก่อนจะหย่อนลงไปในสารละลายอิ่มตัวในใจของแต่ละคน เกิดเป็นการเลี้ยงผลึกขึ้น สิ่งที่เป็นคำตอบจากการอ่าน ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ผู้อ่านคิดๆกันอยู่ มีพื้นฐานเรื่องไหนอยู่บ้างน่ะฮับผม และต่อให้รู้ดีอยู่แล้ว การที่ได้ลองอ่านคำตอบที่หลากหลายจากคนอิ่นๆ ก็ทำให้เกิดการมองมุมใหม่ๆอยู่ด้วย ซึ่งตัวนี้แหล่ะฮับ ที่ข้าน้อยชอบนักชอบหนา และทำให้ข้าน้อย บางครั้งก็ไม่อยากเขียนสิ่งต่างๆไว้ตรงๆ มันดูบีบบังคับคนอ่าน ให้ยอมรับหรือต่อต้าน กับความคิดของข้าน้อยเอง สู้เปรยๆไว้แล้วให้แต่ละคนมาแสดงความคิดเห็นกัน เพื่อสร้างความเข้าใจของกันและกัน ดีกว่าเยอะเลยล่ะฮับ
...ได้มีคนกล่าวไว้ว่า "การที่เราเห็นว่าใครสักคน ไม่มีเหตุผล แท้จริงเป็นเพราะเราไม่เข้าใจในเหตุผลทีเค้ามีต่างหาก"...
ข้าน้อยเองก็ยอมรับตามคำกล่าวนี้แหล่ะฮับ ดังนั้นสำหรับข้าน้อยแล้ว การเรียนรู้และทำความเข้าใจกับคนอื่น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้มองเห็นโลกกว้างไกลขึ้น และเข้าใจชีวิตในมุมมองที่แตกต่างออกไปด้วยฮับผม แต่ทั้งหมดนี้ ผู้อ่านท่านอื่นๆจะได้อะไรๆจากการกระทำของข้าน้อยอย่างยากยิ่ง ถ้าข้าน้อยไม่เอามาคุยสรุปกัน ว่าเรื่องราวและมุมมองของแต่ละคน น่าจะเป็นยังไงกันบ้างฮับ

ตอนที่ข้าน้อยเขียนลำดับที่ 16 ขึ้นมาจริงๆนั้น ข้าน้อยมีแรงบันดาลใจที่เกิดจาก "ความสุข" ล่ะฮับ และข้าน้อยก็ได้ใช้ "สีแดง" ในการแทนความหมายของสิ่งนี้... ดังนั้น ในมุมมองของข้าน้อย บทความนี้จึงอาจแปลได้ว่า...

บนโลกแห่งนี้มีทั้งเรื่องราวที่ทำให้เป็นสุขและเป็นทุกข์... แล้วนั่น คนที่มีความสุขอย่างโดดเด่นกำลังเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง... ทำไมนะ? เค้าจึงมีความสุขได้เพียงนั้น ทั้งที่แท้จริงแล้ว เค้าอาจจะมีความทุกข์อยู่แต่เรามองไม่เห็น เค้าอาจจะปกปิดเอาไว้ หรือเพราะเค้ามีทุกข์หนักหนาจนชาชิน หรือเพราะเค้าไม่เคยมีความทุกข์ คำตอบนั้นเราไม่อาจจะรู้ได้เลย...

หากถามหาว่าความสุขอยู่หนไหน ทำไมคนผู้นั้นจึงยิ้มแย้มได้สม่ำเสมอ... ราวกับไม่มีน้ำตา...
แท้จริงแล้ว เขาเศร้าเสียใจแต่ปกปิดเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม
หรือแท้จริงแล้ว เขามีแต่ความสุขจนความทุกข์ก็เกาะกินหัวใจไม่ได้
หรือแท้จริงแล้ว เขาตัดวางจากความวุ่นวายของโลก ใจจึงว่างเปล่าและหมดทุกข์
อย่างไหนคือคำตอบที่แท้จริง

แต่สุดท้าย สิ่งเหล่านี้ เราทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่เราแค่ทำกันไม่ได้ เท่านั้นเองฮับ
... เคยได้ยินใช่มั๊ยฮับ ... "ไม่มีสิ่งใดที่เป็นทุกข์ ใจเธอนั่นแหล่ะที่ทุกข์ไปเอง"
ดังนั้นแท้จริงแล้ว ภายในตัวเราทุกคนมีความสุขอยู่ภายในเสมอ จนกลืนกินความทุกข์ได้หมดสิ้น...
หากแต่เรามองเห็นกันหรือเปล่า?
ข้าน้อยใช้คำเปรียบเทียบว่า สีแดงหรือความสุขของแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร คนอื่นคงตอบแทนกันไม่ได้
สีแดง อาจเป็นเหมือนสีแดงอย่างไฟ สีฟ้าของสายน้ำ สีขาว ชมพู เหลือง แดง ละมุนของดอกไม้ หรือสีเขียวของใบไม้ หรือสีเหลืองทองส่องสว่าง ... ทั้งหมดนี้ก็มองเป็นสีแดงได้ หากใจคิดจะมอง...
ความสุข อาจจะมาในรูปของความพอใจ ความสงบ ความเบิกบานสวยงาม ความร่ำรวย หรืออะไรก็ได้ แล้วแต่ใจเราอยากจะมอง...
...สิ่งเหล่านี้ เราเองเป็นคนตัดสิน จะหาใครมาให้คำตอบแทนได้?...
ลองถามตัวเองดูสิฮับ ว่าแท้จริงแล้ว ตัวเรามีความสุขอยู่มากมายเพียงไหน แต่มันซ่อนมาในรูปแบบของสิ่งอื่นจนทำให้เรามองมันไม่เห็น แต่หากว่า เรารู้จักที่จะมอง เราจะเป็นความสุขแม้เพียงในยามที่มีแต่ความทุกข์ เพราะสุดท้ายใจเราเองนั่นแหล่ะที่กำหนด ว่าเราอยากจะมีความสุขหรือความทุกข์กันแน่ เหตุการณ์ต่างๆมันเป็นไปตามวาระของโลกนี้ ใจเราหวั่นไหวไปกับมันแล้วก็เก็บเอาเงื่อนงำนั้นมา ประดับ หรือ กรีดแทง ใจของเรา ก็เท่านั้นเองฮับ

เหมือนที่เคยบอกไว้ใน ลำดับที่ 14 --กระดาษที่ยังไม่เขียน-- น่ะฮับ... "เธอสามารถมีความสุขได้มากเท่าที่เธออยากจะมี และเธอก็สามารถร้องไห้ได้นานเท่าที่เธออยากจะร้อง แล้วเธออยากมีความสุขหรือเปล่าล่ะ?" หรือแม้แต่ในลำดับที่ 15 --หิ่งห้อยในกำมือ-- ...ความสุขที่แท้ อาจจะไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จดั่งความปรารถนา แต่มันอยู่ที่ว่า เราเรียนรู้ที่จะมองโลกนี้อย่างไรน่ะฮับ เพราะความสุขแท้ๆ มันอยู่ในใจของเราเองฮับ

ตอบความเห็นที่ 1 ~ "XtraluV" by ==> JiGSaW ~ ขอบคุณที่ลองอ่านแล้วก็ตีความ นะฮับ คำตอบบางทีมันอาจจะไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้นก็ได้ฮับ มันเหมือนปลายจมูกที่ใกล้ๆแต่มองไม่เห็น น่ะฮับ เราจะกำหนดว่ามันใกล้จนมองไม่เห็น หรือมันไกลเพราะมองไม่เห็น ก็คงได้ทั้งคู่แหล่ะฮับ

ตอบความเห็นที่ 2 Raindayจริงด้วยฮับ สีแดงมีอยู่ในใจของเราทุกคน เพียงแต่สีแดงที่ว่านั่นมันเหมือนกันหรือเปล่านะฮับ? สายใยเส้นบางๆที่ทำให้เรารู้สึกถึงรัก อาจจะนำมาได้ทั้งรอยยิ้มและรอยแผล คงคล้ายกับว่าสีแดงของเรานั้นสดใสหรือหม่นหมอง แล้วแต่ว่าเราจะมองและปฏิบัติอย่างไรน่ะฮับ

ตอบความเห็นที่ 3 Evan Izac นั่นสินะฮับ เพราะความรัก ตลอดจนความรู้สึกถึงรักแบบในความเห็นที่ 2 มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจนเราก็มองมันได้ในมุมมองที่หลากหลาย ดูไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ฮับ ส่วนที่ว่าคนที่ยิ้มมากแสดงว่ายิ่งอมทุกข์นี่ ข้าน้อยก็ไม่ทราบได้นะฮับ บางคนยิ้มเพราะฝืนทน กลัวคนอื่นเป็นห่วง หรือบางคนยิ้มเพราะมีความสุขจนล้นใจดังนั้นถ้าจะถามว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ ข้าน้อยก็คงตอบว่า ไม่น่าจะใช่ ต้องดูเป็นกรณีๆไปน่ะฮับผม (แต่รู้สึกเหมือนโดนถามว่า ที่ข้าน้อยดูเหมือนจะมีความสุขแบบนี้ แท้จริงแล้วอมทุกข์อยู่หรือไม่ ...รึเปล่าฮับ... หรือข้าน้อยคิดลึกเกินไปหน่อย)

ตอบความเห็นที่ 4 gimini ขอบคุณที่ติดตามนะฮับผม สงสัยข้าน้อยอัพบ่อยไปรึเปล่านะฮับ... แรงบันดาลใจช่วงนี้เยอะมั้งฮับ เอิ๊กๆๆๆๆ สีแดงนั้น...ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวมนุษย์ตั้งแต่เลือด เนื้อ หัวใจ และความคิดเลยล่ะฮับ อิอิ ดูแล้วกว้างทีเดียว ...อืมมม เรื่องหนังสือนี่ คุณจิมินิสนใจจะออกทุนรอน เป็นสปอนเซอร์หลักรึป่าวล่ะฮับ :P แฮ่ๆ น่ากลัว เจอคำถามนี้เข้าไปจะหลอนยิ่งกว่าฟังเพลงนะฮับ อิอิ

ตอบความเห็นที่ 5 hommy ขอบคุณนะฮับผม ดีใจเช่นกันฮับ ถ้าบทความของข้าน้อยจะทำให้คุณรู้สึกดีได้ฮับ

ตอบความเห็นที่ 6 moodee.. ღ ที่ตอบมา คงตัดสินไม่ได้หรอกฮับว่าผิดหรือถูก บลอคลำดับนี้เองก็ไม่ใช่คำเฉลยด้วยน่ะสิฮับ ...เอาเป็นว่า มันเป็นแค่ความคิดเห็นของข้าน้อยเองน่ะฮับ...

ตอบความเห็นที่ 7 Eakky ยังไงก็ขอบคุณที่มาอ่านและมาตอบนะฮับผม อิอิ แต่ข้าน้อยเชื่อนะฮับ ว่าจริงๆอ่านแล้วคงได้คำตอบ เพียงแต่ไม่กล้าคาดเดาน่ะฮับผม

ตอบความเห็นที่ 8 umbra สั้นง่ายได้ใจความ แต่น่าสนใจทีเดียวฮับ... เพราะเท่ากับว่าสีแดงนี้หมายถึงการหลอกตัวเองหรือการเสแสร้งได้ด้วย... อืมม นั่นสินะฮับ บางทีความสุขอาจจะเป็นแค่การหลอกตัวเองให้ไม่หลงใหลไปตามความทุกข์ที่เจิ่งนองไปทั่ว ก็เป็นได้ฮับ... เหมือนกับที่มีคนบอกไว้ว่า "ความจริงเป็นสิ่งที่โหดร้าย" ... แล้วเราทั้งหลายก็กำลังต่อสู้กับความจริงเพื่อความอยู่รอด? ...อืมมม แล้วแบบนี้ ชัยชนะที่เรียกว่าความสุข มันจะเป็นสิ่งที่ดีหรือร้ายกันแน่นะ... ย้อนกลับไปชวนให้คิดว่า สุดท้ายแล้ว ความสุขของเราคืออะไร? ...นะฮับเนี่ย

ตอบความเห็นที่ 9 nuinthelewen ลองตีความดูละกันนะฮับผม เรื่องแบบนี้ ยิ่งคิดมันยิ่งงอกเงย เดี๋ยวก็เห็นเส้นทางใหม่ๆเพิ่มขึ้นมา แต่บางทีมันก็อาจจะวนๆอยู่ที่เดิมก็เป็นได้ฮับ อิอิ

ตอบความเห็นที่ 10 Omm นั่นสินะฮับ แต่ตอบเป็นรูปธรรมเกินไป บางทีเราก็ติดภาพพจน์ของสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบได้เหมือนกันน่ะฮับผม

ตอบความเห็นที่ 11 VaNneSSa ถึงเป็นการเดาแต่ก็คิดตรงกับข้าน้อยนะฮับเนี่ย อิอิ ขอบคุณที่แวะเวียนมาคอมเมนท์อยู่บ่อยๆนะฮับผม

แล้วก็ ถึงคนอ่านทุกๆคน... ขอบคุณที่แวะเวียนกันเข้ามานะฮับ หวังว่าจะได้อะไรกลับไปบ้าง ไม่มากก็น้อยฮับผม